Page 64 - การพัฒนาทักษะและประสบการณ์วิชาชีพ สำหรับผู้นำทางการศึกษา
P. 64
12-54 การพัฒนาทักษะและประสบการณ์วิชาชีพสำ�หรับผู้นำ�ทางการศึกษา
ลองเขียนสิ่งที่เราสามารถทำ�ได้” “มีแนวทางที่จะแก้ปัญหานี้อย่างไรบ้าง” “เรามาช่วยกันดูว่ามีแนวปฏิบัติ
อะไรบ้างที่เราจะนำ�มาใช้แก้ปัญหานี้ได้”
7. การต่อรอง ผู้นิเทศจะนำ�การอภิปรายไปสู่แนวทางการแก้ปัญหาที่มีความเป็นไปได้ โดยใช้การ
อภิปรายถึงผลที่จะได้รับในแต่ละแนวทางที่เสนอมา อภิปรายสำ�รวจเกี่ยวกับข้อขัดแย้งหรือลำ�ดับความ
สำ�คัญของปัญหาเพื่อลดทางเลือกต่างๆ ให้น้อยลง โดยใช้คำ�ถาม เช่น “เราจะปรับเปลี่ยนข้อเสนอที่กล่าวมา
ในประเด็นใดบ้าง เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทุกคน” “เรามาช่วยกันหาทางประนีประนอมเพื่อช่วยให้แนวทาง
การแก้ปัญหาเป็นแนวทางที่ทุกคนต้องการอย่างไร”
8. การสัง่ การ ผูน้ เิ ทศจะบอกหรอื สัง่ ใหค้ รหู รอื ผูม้ สี ว่ นเกีย่ วขอ้ งรว่ มลงมอื ด�ำ เนนิ การในสิง่ ทีผ่ ูน้ เิ ทศ
ต้องการ โดยอาจกล่าวว่า “เท่าที่ดิฉันพิจารณาแล้วพบว่า มีทางเลือกที่ดูมีความเป็นไปได้และมีเหตุผลที่จะ
ดำ�เนินการดังนี้...” “ดิฉันตัดสินใจแล้วว่าเราควรดำ�เนินการดังนี้...” “ดิฉันต้องการให้คุณปฏิบัติ...” “ต่อไป
เราจะดำ�เนินการตามที่นี้ค่ะ”
9. การก�ำ หนดมาตรฐาน ผู้นิเทศจะกำ�หนดเกณฑ์ทีต่ นคาดหวัง และกำ�หนดเวลาที่จะใชส้ �ำ หรบั การ
ด�ำ เนนิ การ โดยมเี ปา้ ประสงคอ์ ยา่ งชดั เจน ซึง่ อาจใชค้ �ำ พดู วา่ “ในสปั ดาหห์ นา้ ดฉิ นั อยากเหน็ ...” “เมือ่ อาจารย์
ทำ�งานเสร็จแล้ว ขอให้ส่งรายงานมาให้ดิฉัน” “มีกิจกรรม 2 เรื่องแรกที่คุณต้องดำ�เนินการในวันที่...” “ดิฉัน
อยากให้มีการปรับปรุงพัฒนาให้แล้วเสร็จร้อยละ 25 ก่อนเข้าประชุมในครั้งหน้า” “พวกเราเห็นพ้องต้องกัน
ว่า งานทั้งหมดต้องแล้วเสร็จก่อนการสังเกตในครั้งหน้า”
10. การเสริมแรง ผู้นิเทศจะเสริมให้ความมั่นใจในแนวทางหรือเกณฑ์การดำ�เนินการว่าสามารถ
จะปฏิบัติได้บรรลุผลตามที่ตั้งไว้ โดยอาจใช้คำ�พูดว่า “ดิฉันรู้ว่าคุณทำ�ได้” “ดิฉันเชื่อในความสามารถของ
คุณ” “ดิฉันต้องการจะแสดงให้คนอื่นๆ เห็นสิ่งที่คุณทำ�” อย่างไรก็ตาม อาจมีการเสริมแรงในทางลบ ได้แก่
“ถ้างานไม่เสร็จทันเวลา เราอาจจะไม่ได้รับการสนับสนุน...” “อาจารย์อาจต้องเข้าใจว่าหากงานนี้ล้มเหลวหรือ
ไม่เสร็จตามกำ�หนด ก็จะส่งผลต่อ...”
กลิกแมน กอร์ดอน และรอสส์ กอร์ดอน (Glickman, Gordon and Ross-Gordon, 2009: 95-96)
อธบิ ายถงึ การจดั กลมุ่ พฤตกิ รรมปฏสิ มั พนั ธท์ างการนเิ ทศโดยอาศยั ทกั ษะทัง้ 10 ประการขา้ งตน้ ซึง่ พฤตกิ รรม
การนิเทศของผู้บริหารบางคนอาจให้ครูเป็นผู้รับผิดชอบในการตัดสินใจ ขณะที่บางคนอาจแสดงถึงการให้
ความสำ�คัญกับการตัดสินใจร่วมกัน แต่ผู้บริหารบางคนเป็นผู้ตัดสินใจเอง ซึ่งพฤติกรรมทั้ง 3 ลักษณะนั้น
ผู้บริหารที่ทำ�หน้าที่นิเทศอาจใช้ทักษะที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่ทักษะที่ 1 จนถึงทักษะที่ 10
เมือ่ ผูน้ เิ ทศใชท้ กั ษะการฟงั การท�ำ ใหก้ ระจา่ งตอ่ สิง่ ทีค่ รพู ดู การสนบั สนนุ ใหก้ �ำ ลงั ใจ และการสะทอ้ น
กลบั เพือ่ ตรวจสอบท�ำ ความเขา้ ใจสงิ่ ทคี่ รรู บั รู้ บทบาทของผูน้ เิ ทศลกั ษณะนีเ้ ปน็ บทบาททีค่ รมู บี ทบาทสงู ในการ
ตัดสิน ส่วนผู้นิเทศจะมีบทบาทน้อยกว่า ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นแนวทางปฏิสัมพันธ์แบบไม่ชี้นำ� (nondirective
interpersonal approach) และเมื่อผู้นิเทศใช้พฤติกรรมแบบไม่ชี้นำ� เพื่อจะเข้าใจมุมมองของครูชัดเจน
แล้ว ครูก็จะเข้ามามีส่วนร่วมในการอภิปรายที่จะนำ�เสนอแนวคิดของตน การแก้ปัญหาโดยการสอบถามทุกๆ
กลุ่มเพื่อจะเสนอแนวปฏิบัติที่เป็นไปได้ หลังจากนั้นก็จะต่อรองเพื่อหาแนวปฏิบัติที่เป็นที่พอใจของครูและ
ผูน้ เิ ทศ ลกั ษณะนีเ้ ปน็ แนวทางในการตดั สนิ ใจรว่ มกนั ซึง่ เปน็ แนวทางปฏสิ มั พนั ธแ์ บบรว่ มมอื (collaborative

