Page 65 - การพัฒนาทักษะและประสบการณ์วิชาชีพ สำหรับผู้นำทางการศึกษา
P. 65
ผู้นำ�กับการนิเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา 12-55
interpersonal approach) อย่างไรก็ตาม หากผู้นิเทศสั่งการหรือชี้นำ�ครูให้เลือกทางเลือกใดทางเลือกหนึ่ง
และหลังจากเลือกแล้ว ผู้นิเทศก็จะกำ�หนดมาตรฐานทั้งเวลาและเกณฑ์การปฏิบัติ โดยผู้นิเทศจะให้ข้อมูล
สารสนเทศแก่ครูเพื่อจำ�กัดทางเลือก แนวทางปฏิสัมพันธ์แบบนี้เรียกว่า แนวทางปฏิสัมพันธ์แบบให้ข้อมูล
เพื่อชี้นำ� (directive informational interpersonal approach) นอกจากนั้นเมื่อผู้นิเทศสั่งการหรือชี้นำ�
ให้ครูกระทำ�อย่างใดอย่างหนึ่ง กำ�หนดมาตรฐานเวลาและการปฏิบัติตามผลที่คาดหวัง และเสริมแรงถึงผล
ที่ได้จากการกระทำ�และไม่กระทำ� บทบาทนี้ผู้นิเทศเป็นผู้รับผิดชอบต่อการตัดสินใจ โดยให้ครูปฏิบัติตาม
แนวทางปฏิสัมพันธ์แบบนี้เรียกว่า แนวทางปฏิสัมพันธ์แบบชี้นำ�ควบคุม (directive control interpersonal
approach)
ซูลลิแวนและแกลนซ์ (Sullivan and Glanz, 2000: 53) กล่าวถึงแนวทางการปฏิสัมพันธ์ระหว่าง
บุคคลในการนิเทศการศึกษา และกล่าวถึงทักษะที่จำ�เป็นในการสื่อสาร 3 ทักษะ ได้แก่ การฟัง การสะท้อน
กลับและการทำ�ให้กระจ่าง ซึ่งเป็นทักษะที่จะช่วยให้ช่องว่างระหว่างบุคคลลดลง โดยซูลลิแวนและแกลนซ์
ได้กล่าวถึงประเด็นเกี่ยวกับอวัจนภาษาว่ามีส่วนสำ�คัญในการที่จะสนับสนุนให้การสื่อสารระหว่างผู้นิเทศและ
ผู้รับการนิเทศได้สนทนาและสื่อสารกันอย่างเปิดเผย ลดความเข้าใจผิด และการปกป้องตนเองของครูได้
มากขึน้ อวจั นภาษาซึง่ เปน็ ภาษาทา่ ทางทีเ่ กดิ ขึน้ ในขณะทีม่ ปี ฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ งกนั ไดแ้ ก่ การยิม้ การพยกั หนา้
รับ การผายมือ การรักษาระยะห่างไม่ให้ไกลหรือใกล้เกินไป การประสานสายตา สภาพบรรยากาศภายนอก
ที่ไม่รบกวน สีหน้าของผู้พูดและการโน้มตัวไปข้างหน้า การไม่ยอมให้มีโต๊ะหรือสิ่งกีดขวางเบื้องหน้าในการ
สนทนา
นอกจากนั้น ซูลลิแวนและแกลนซ์ (Sullivan and Glanz, 2000: 54) ยังได้กล่าวถึงอุปสรรค
สำ�คัญในการสื่อสารเพื่อการนิเทศ อุปสรรคที่สำ�คัญได้แก่ การที่ผู้นิเทศใช้การตัดสิน การเสนอทางเลือกที่
ไม่เหมาะสม และการไม่คำ�นึงถึงความรู้สึกของผู้รับการนิเทศ นำ�เสนอดังตารางต่อไปนี้

