Page 70 - การพัฒนาทักษะและประสบการณ์วิชาชีพ สำหรับผู้นำทางการศึกษา
P. 70

12-60 การพัฒนาทักษะและประสบการณ์วิชาชีพสำ�หรับผู้นำ�ทางการศึกษา

อะไร” หรือ “ประเมินแบบทดสอบการอ่าน” หรือ “นักเรียนมีทักษะการอ่านเป็นอย่างไร ทั้งในด้านการอ่าน
เพื่อความเข้าใจ การอ่านคล่อง และการใช้คำ�ศัพท์ที่ถูกต้อง” หรือ “เอกสารคู่มือหลักสูตรเป็นอย่างไร มีการ
ทบทวนปรับปรุงล่าสุดเมื่อไหร่”

            1.4 	การประเมินจากทบทวนผลงานของครูและนักเรียน (review of teacher and student
work products) ผู้นิเทศสามารถทบทวนผลงานของครูและนักเรียนเพื่อประเมินความต้องการจำ�เป็น เช่น
สำ�หรับครู อาจเป็นแผนการสอน เทปวิดีโอการสอนของครู แฟ้มสะสมผลงานของครู สำ�หรับนักเรียน
อาจเป็นงานที่ได้รับมอบหมายรายวัน วิดีโอการนำ�เสนองานของนักเรียน โครงการของนักเรียน และแฟ้ม
สะสมผลงานนักเรียน ผลงานเหล่านี้สามารถนำ�มาใช้ทบทวนเพื่อกำ�หนดความต้องการจำ�เป็นในการจัด
การเรียนการสอนของครู

            1.5 	การประเมินจากข้อมูลของบุคคลที่สาม (third-party review) ข้อคิดเห็นจากบุคคลที่
เป็นกลางจะเป็นประโยชน์ต่อการนิเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนของครู ผู้นิเทศอาจประสานขอ
ให้นักวิชาการจากมหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ให้มาศึกษา ทบทวนและรายงานผลการศึกษาให้
ทราบ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติงาน และเป็นองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์

            1.6 	การประเมนิ จากแบบส�ำ รวจปลายเปดิ (written open-ended survey) แบบส�ำ รวจปลายเปดิ
จะเป็นวิธีการหนึ่งที่จะได้ข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการจำ�เป็น แบบสอบถามอาจใช้ถามครู นักเรียน
ผู้บริหาร และผู้ปกครองเพื่อสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน หรือเกี่ยวกับหลักสูตร
อย่างไรก็ตาม แบบสอบถามควรเป็นแบบสอบถามที่สั้น กะทัดรัด และไม่ใช้ภาษาวิชาการ

            1.7 	การประเมนิ จากแบบสอบถามแบบตรวจสอบรายการและเรยี งล�ำ ดบั (check and ranking
surveys) หลังจากรวบรวมความคิดเกี่ยวกับจุดแข็ง จุดอ่อนของงานจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ผู้นิเทศสามารถ
ให้บุคลากรจัดลำ�ดับความสำ�คัญแนวคิดหรือสิ่งที่ควรให้ความสนใจหรือเป็นความต้องการจำ�เป็นที่สำ�คัญ
ซึ่งผู้นิเทศจะนำ�มารวบรวมจัดกลุ่มหาความถี่หรือค่าเฉลี่ยที่จะทำ�ให้ทราบว่าปัญหาที่สำ�คัญหรือมีความ
เร่งด่วนต้องแก้ไข หรือสิ่งใดที่บุคลากรต้องการรับการพัฒนามากที่สุด

            1.8 	การประเมนิ จากเทคนคิ เดลไฟ (delphi technique) เปน็ วธิ กี ารหนึง่ ทีใ่ ชเ้ พือ่ จดั ล�ำ ดบั ความ
ตอ้ งการจ�ำ เปน็ หรอื ประเมนิ ความตอ้ งการจ�ำ เปน็ โดยผูน้ เิ ทศจะสง่ ขอ้ ความเกีย่ วกบั ปญั หาไปยงั บคุ ลากรเพือ่
ให้บุคลากรทบทวนและให้ข้อคิดเห็นต่างๆ หลังจากนั้นผู้นิเทศจะรวบรวมข้อคิดเห็น สังเคราะห์ข้อคิดเห็น
ต่างๆ และผู้นิเทศจะส่งกลับไปให้บุคลากรอีกครั้งเพื่อให้บุคลากรจัดลำ�ดับ โดยผู้นิเทศจะรวบรวมและ
คำ�นวณหาค่าเฉลี่ยและส่งกลับไปให้บุคลากรอีกครั้งเพื่อจัดลำ�ดับใหม่

       2. 	การวิเคราะหค์ วามต้องการจ�ำ เป็นขององคก์ าร ความต้องการจำ�เปน็ ขององค์การบางครั้งกเ็ ข้าใจ
ง่ายแต่ในบางครั้งก็มีความซับซ้อน จึงจำ�เป็นต้องมีการวิเคราะห์หาสาเหตุพื้นฐานก่อนการวางแผน ในการ
วิเคราะห์ดังกล่าวอาจใช้การเขียนแผนภาพสาเหตุและผลกระทบ (cause and effect diagrams) การเขียน
แผนภูมิการดำ�เนินการ (flowchart) และการเขียนเป็นกราฟต่างๆ

       3. 	การวางแผน หลังจากการประเมินและการจัดลำ�ดับความต้องการจำ�เป็นแล้ว ก็จำ�เป็นต้องระบุ
ถึงสาเหตุของปัญหาและดำ�เนินการวางแผน เทคนิคการวางแผนเพื่อการนิเทศการศึกษาที่จะกล่าวถึงในที่
   65   66   67   68   69   70   71   72   73   74   75