Page 71 - การพัฒนาทักษะและประสบการณ์วิชาชีพ สำหรับผู้นำทางการศึกษา
P. 71
ผู้นำ�กับการนิเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา 12-61
นี้ ประกอบด้วย การเขียนแผนภาพการจัดกลุ่มที่สัมพันธ์กัน (affinity diagrams) แผนภูมิการวิเคราะห์
ผลกระทบ (impact analysis charts) และแผนภูมิการกำ�หนดช่วงเวลาดำ�เนินการ (gantt charts)
3.1 แผนภาพการจัดกลุ่มที่สัมพันธ์กัน ในการประเมินความต้องการจำ�เป็นจะพบว่ามีความ
ต้องการจำ�นวนมาก ซึ่งความต้องการเหล่านี้จะมีความเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน แผนภาพการจัดกลุ่มความ
สัมพันธ์นี้เป็นการจัดกลุ่มความต้องการกว้างๆ ที่แสดงถึงกลุ่มของความต้องการที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน เช่น
กลุ่มความต้องการจำ�เป็นในการพัฒนาตนเอง กลุ่มความรู้และทักษะพื้นฐาน กลุ่มความต้องการพัฒนาทาง
ปัญญา และกลุ่มความต้องการการพัฒนาทางสังคม
3.2 แผนภูมิการวิเคราะห์ผลกระทบ เป็นสิ่งที่จะต้องทำ�ขึ้นในช่วงต้นๆ ของกระบวนการ
วางแผน เพื่อจะช่วยให้ผู้วางแผนกำ�หนดว่าใครและโปรแกรมอะไรหรือการเปลี่ยนแปลงอะไรที่จะเกิดผล
และเกิดผลอะไรบ้าง เช่น การปรับปรุงคู่มือหลักสูตร อาจทำ�ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับครู การสอนของ
ครูส่งผลกระทบกับนักเรียนและเนื้อหาการเรียน ซึ่งในแต่ละเรื่องก็จะระบุถึงรายละเอียด ที่นำ�มาเขียนเป็น
ผังความคิด (conceptual map)
3.3 แผนภูมิการกำ�หนดช่วงเวลาดำ�เนินการ เป็นกราฟอย่างง่ายๆ ที่แสดงถึงจุดเริ่มต้นและ
จุดสิ้นสุดของช่วงเวลาในแต่ละกิจกรรม ผู้นิเทศจะสามารถอ้างอิงแผนภูมินี้ในการตรวจสอบความก้าวหน้า
ของโครงการและเป็นสิ่งที่ช่วยเตือนความจำ�ให้แก่กลุ่มต่างๆ ในงานที่ได้รับมอบหมาย
4. การผสมผสานระหว่างการประเมินและการวางแผน เมื่อพิจารณาเกี่ยวกับการประเมินและ
การวางแผนอาจพบว่า ทั้ง 2 เรื่องเป็นดำ�เนินการที่อาจแยกจากกันได้ยาก ดังนั้น จึงมีความจำ�เป็นที่จะต้อง
ผสมผสานทั้ง 2 เรื่องเข้าไว้ด้วยกัน ด้วยวิธีการ ได้แก่ การวิเคราะห์สนามพลัง (force field analysis) การ
ใช้วงจร PDSA และการวางแผนกลยุทธ์ (strategic planning)
4.1 การวิเคราะห์สนามพลัง ประกอบด้วยการดำ�เนินการ 10 ระยะ คือ
1) การอธิบายถึงสิ่งที่ต้องการดำ�เนินการ
2) การอธิบายถึงสภาพการดำ�เนินการปัจจุบัน
3) การอธิบายถึงช่องว่างระหว่างสิ่งที่ต้องการกับสภาพปัจจุบัน
4) การอธบิ ายถงึ สิง่ ทีเ่ ปน็ อปุ สรรค เปน็ แรงตา้ นตอ่ การด�ำ เนนิ การเพือ่ ใหไ้ ดส้ ิง่ ทีต่ อ้ งการ
5) การอธิบายถึงแรงขับที่เป็นสิ่งสนับสนุนการดำ�เนินการเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ
6) การเลือกแรงต้านที่มีผลสำ�คัญต่อการเปลี่ยนแปลงและเป็นแรงต้านที่สามารถขจัด
ออกไปได้ง่าย
7) การเลอื กแรงขบั ทีม่ ผี ลส�ำ คญั ตอ่ การเปลีย่ นแปลงและสามารถเปน็ ตวั เสรมิ เพิม่ ความ
เข้มแข็งขึ้น
8) การระบุการกระทำ�ที่ชัดเจนในการขจัดอุปสรรค
9) การระบุการกระทำ�ที่ชัดเจนในการใช้แรงขับเพื่อเสริมความเข้มแข็ง
10) การบูรณาการและจัดลำ�ดับการกระทำ�ที่เลือกในระยะที่ 8 และ 9 เพื่อจัดทำ�แผน
ปฏิบัติการที่จะใช้ในการพัฒนาให้ได้สิ่งที่มุ่งหวัง รวมทั้งแผนสำ�หรับการประเมินผลกระทบของแผนปฏิบัติ
การ และกำ�หนดช่วงเวลาของการนำ�แผนไปปฏิบัติและการประเมินแผน

