Page 77 - การพัฒนาทักษะและประสบการณ์วิชาชีพ สำหรับผู้นำทางการศึกษา
P. 77
ผู้นำ�กับการนิเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา 12-67
2.4 การสังเกตโดยใช้แบบสอบถามเฉพาะเจาะจง การสังเกตแบบนี้เป็นการค้นหาคำ�ตอบจาก
คำ�ถามที่ตั้งไว้เป็นการเฉพาะ เพื่อให้ผู้สังเกตสามารถบันทึกการสังเกตได้ตรงประเด็น ตัวอย่างคำ�ถาม เช่น
หัวข้อที่ 1: ในชั้นเรียน
ห้องเรียนที่น่าดึงดูดใจเป็นอย่างไร
หัวข้อที่ 2: ครู
มีอะไรที่แสดงให้เห็นว่าครูมีความอบอุ่น เป็นมิตรกับนักเรียน
หัวข้อที่ 3: นักเรียน
มีอะไรที่แสดงว่านักเรียนรู้ว่าเขาทำ�อะไรและเพราะอะไรนักเรียนจึงทำ�เช่นนั้น
หัวข้อที่ 4 : บทเรียน
งานที่นักเรียนได้รับมอบหมายทั้งในชั้นเรียนและเป็นการบ้านมีความสอดคล้องเหมาะสมกับ
ทรัพยากรในชุมชนและสภาพชีวิตจริงของนักเรียนหรือไม่ อย่างไร
ซูลลิแวนและแกลนซ์ (Sullivan and Glanz, 2000: 81-82) กล่าวถึง แนวทางในการสังเกตในการ
นิเทศการศึกษาไว้ 10 ประการ ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นข้อคิดสำ�คัญในการสังเกตทางการนิเทศการศึกษาได้ดี คือ
1. การนิเทศที่ดีจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการให้ครูได้สะท้อนความคิด และอภิปรายซึ่งอยู่บนพื้นฐาน
ของการสังเกตที่ชาญฉลาดและมีประโยชน์ซึ่งไม่ใช่การประเมิน
2. การนิเทศการศึกษาซึ่งมีการสังเกตเป็นเครื่องมือในการให้ข้อมูลครูเกี่ยวกับชั้นเรียนจะช่วย
เพิ่มพูนความคิดของครูในการพัฒนาการเรียนการสอน
3. การสังเกตมี 2 ขัน้ ตอน คือ ขัน้ การบรรยายสิ่งทีเ่ กิดขึ้นและขัน้ การตคี วามวา่ สิง่ นั้นหมายถงึ อะไร
4. ผู้สังเกตมักจะตกหลุมไปกับการตีความ สรุปพฤติกรรมที่เห็นก่อนที่จะบรรยายพฤติกรรมนั้นๆ
อยา่ งชดั เจน เมือ่ ผูส้ งั เกตตคี วามไปกอ่ นกจ็ ะท�ำ ใหส้ ญู เสยี สาระทีส่ �ำ คญั ของเหตกุ ารณน์ ัน้ ไป และจะสรา้ งความ
ยุ่งยากรวมทั้งจะส่งผลให้เกิดการต่อต้านจากครู
5. การเลือกใช้การสังเกตที่เที่ยงตรงช่วยให้เกิดความร่วมมือระหว่างครูและผู้นิเทศ
6. อคติส่วนตัวของผู้สังเกตควรต้องนำ�มาพิจารณา แม้ว่าบุคคล 2 คนหรือมากกว่าอาจจะมีความ
เห็นตรงกันในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่อาจจะตีความแตกต่างกันได้ ประสบการณ์ส่วนบุคคล ความเชื่อ และอคติ
อาจทำ�ให้การตีความผิดพลาด การที่ผู้สังเกตมองเห็นตัวเองว่ามีอคติในการตีความพฤติกรรมในชั้นเรียนก็
กล่าวได้ว่า จะช่วยให้การตีความมีประสิทธิผลและเป็นไปตามวัตถุประสงค์
7. การสงั เกตเป็นทกั ษะที่จำ�เป็นตอ้ งฝกึ ฝนปฏิบัติ ผู้สังเกตมักจะตีความไปพร้อมกับการสังเกต ถา้
จะทำ�ให้เครื่องมือนี้ประสบความสำ�เร็จ ผู้สังเกตจำ�เป็นต้องฝึกฝนที่จะแยกการตีความออกจากการบรรยาย
ปรากฏการณ์จากการสังเกต
8. ควรตระหนกั ถึงข้อจ�ำ กัดของการสงั เกต ไมม่ ีผูส้ ังเกตคนใดที่สามารถจะเห็นทกุ อยา่ งหรือสงั เกต
เห็นทุกปฏิสัมพันธ์ได้ ความพยายามที่จะสังเกตทุกอย่างจะทำ�ให้เกิดความคับข้องใจและความสับสน ควร
เริ่มการสังเกตในกลุ่มหรือบริบทที่จำ�กัด และสังเกตพฤติกรรมเฉพาะเท่านั้น

