Page 78 - การพัฒนาทักษะและประสบการณ์วิชาชีพ สำหรับผู้นำทางการศึกษา
P. 78

12-68 การพัฒนาทักษะและประสบการณ์วิชาชีพสำ�หรับผู้นำ�ทางการศึกษา

       9. 	การเปิดเผยเป็นองค์ประกอบที่สำ�คัญต่อความสำ�เร็จของการสังเกต ก่อนที่จะเข้าไปชั้นเรียน
ผู้สังเกตควรได้มีการอภิปรายร่วมกับครูในเรื่องเกี่ยวกับที่นั่งของผู้สังเกต และวิธีการที่จะแนะนำ�ผู้สังเกต
กับนักเรียน

       10. ไม่สรุปจากการสังเกตเพียงครั้งเดียว การสังเกตหลายๆ ครั้งโดยมีประเด็นที่แตกต่างออกไป
เป็นสิ่งที่จำ�เป็น

ทกั ษะการวิจยั ทางการศึกษา

       การวิจัยทางการศึกษาและการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ในปัจจุบันมีแนวโน้มว่าเป็นการดำ�เนินการ
เพือ่ ใหค้ รบตามขอ้ ก�ำ หนดของหนว่ ยงานตน้ สงั กดั โดยใหบ้ รรลตุ ามเกณฑแ์ ละตวั บง่ ชีต้ ามมาตรฐานการศกึ ษา
เทา่ นัน้ ซึง่ ประเดน็ นี้ กลกิ แมน กอรด์ อน และโรสกอรด์ อน (Glickman, Gordon and Ross-Gordon, 2009:
201) ไดก้ ล่าวไว้ในลักษณะเดียวกันว่า การวิจยั ในโรงเรียนไมค่ วรเปน็ การจดั ทำ�เอกสารเพื่อพอเปน็ พิธเี ท่านัน้
(perfunctory paper assignment) แต่ควรเป็นการดำ�เนินการเพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำ�หรับการตัดสินใจ
ในการปฏิบัติงานตามวิชาชีพครู เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน ดังนั้น การตัดสินใจอย่างมีความรู้ชัดเจน
ในเรื่องการสอน ซึ่งมาจากการศึกษาวิจัยที่เข้มข้น จึงไม่ใช่เพียงสิ่งดีที่ควรจะทำ�เท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่จำ�เป็น
ต้องทำ� ดังนั้น ผู้นำ�และผู้นิเทศจึงมีความจำ�เป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้และทักษะเกี่ยวกับการวิจัย เพื่อ
จะใช้ในการปฏิบัติการนิเทศครูให้มีความรู้ ความสามารถในการทำ�วิจัย	

       อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะกล่าวถึงทักษะของการวิจัย ผู้นิเทศจำ�เป็นที่จะต้องทำ�ความเข้าใจเกี่ยวกับ
การวิจัยทางการศึกษาโดยสังเขป

       วิธีการวิจัยทางการศึกษา กลิกแมน กอร์ดอน และโรสกอร์ดอน (Glickman, Gordon and
Ross-Gordon, 2009: 201) กล่าวถึงแนวทางในการวิจัยและประเมินทางการศึกษาว่า สามารถแบ่งออกได้
เป็น 2 แนวทางใหญ่ๆ คือ วิธีการเชิงปริมาณ (quantitative approach) และวิธีการเชิงคุณภาพ (qualita-
tive approach)

            1. 	 วิธีการเชิงปริมาณ เป็นการศึกษาที่เน้นความเป็นวัตถุวิสัยในสิ่งที่จะทำ�การวัดหรือศึกษา
โดยใช้วิธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทำ�ความเข้าใจและอธิบายปรากฏการณ์ซึ่งมีการควบคุม
ตวั แปรตา่ งๆ ในการศกึ ษา และใหค้ วามส�ำ คญั ในการน�ำ ไปอา้ งองิ หรอื การน�ำ ไปใชใ้ นงานวจิ ยั การเกบ็ รวบรวม
ข้อมูลจะใช้เครื่องมือ เช่น แบบสอบถาม แบบทดสอบ หรือแบบประเมิน และการวิเคราะห์ข้อมูลจะใช้วิธีการ
ทางสถิติและกระทำ�เมื่อการเก็บข้อมูลเสร็จสิ้นแล้ว

            2. 	 วิธีการเชิงคุณภาพ เป็นการศึกษาปรากฏการณ์ในลักษณะของความสัมพันธ์ที่หลากหลาย
เพื่อทำ�ความเข้าใจคน กลุ่มคน หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสถานศึกษา ในเรื่องของการกระทำ�  การรับรู้
การใหค้ วามหมาย และความรูส้ กึ ทีม่ ตี อ่ ปรากฏการณท์ ีเ่ กดิ ขึน้ ผูว้ จิ ยั จะเปน็ เครือ่ งมอื ซึง่ สมั ผสั ขอ้ มลู โดยตรง
วธิ กี ารวจิ ยั จะใชก้ ารสงั เกต สมั ภาษณ์ หรอื การสนทนากลุม่ โดยมกี ารจดบนั ทกึ ภาคสนาม และน�ำ ขอ้ มลู ทีเ่ ปน็
ถ้อยคำ� การบรรยายมาวิเคราะห์เนื้อหา ตีความข้อมูล เพื่อให้ได้ข้อสรุปในการวิจัย
   73   74   75   76   77   78   79   80   81   82   83