Page 52 - ลัทธิการเมืองและยุทธศาสตร์ในการพัฒนา
P. 52
15-42 ลัทธิการเมอื งและยุทธศาสตรใ์ นการพัฒนา
แนวตอบกิจกรรม 15.2.3
บทบาทรัฐในการก�ำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศของอาร์เจนตินา บราซิล และชิลีหลัง
ไดร้ บั เอกราชมลี กั ษณะทร่ี ฐั มบี ทบาทนำ� ในการพฒั นา และมกี ารเปลย่ี นแปลงระดบั การแทรกแซงของรฐั ใน
ทางเศรษฐกิจสลับไปมาระหวา่ งระดบั ของการแทรกแซงของรัฐในทางเศรษฐกิจมาก ไปจนถงึ ระดบั ของรัฐ
ในการแทรกแซงทางเศรษฐกิจนอ้ ย ซ่ึงเกยี่ วข้องกบั บรบิ ทภายนอกประเทศ
เร่ืองที่ 15.2.4
ลัทธิการเมืองและบทบาทรัฐในการก�ำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา: จีน
และอินเดีย
ลัทธกิ ารเมอื งและบทบาทรัฐในการกำ� หนดยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาของจีนและอนิ เดยี รฐั มีบทบาท
สำ� คัญในการน�ำการพฒั นา ในกรณขี องจีนลัทธกิ ารเมอื ง “สังคมนิยม” มีบทบาทอย่างมากในการกำ� หนด
ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาของรัฐ นับต้ังแต่พรรคคอมมิวนิสต์จีนภายใต้การน�ำของเหมาเจ๋อตุง (Mao
Zedong) โดยรฐั มบี ทบาทนำ� ในการพฒั นา แมป้ จั จบุ นั จนี จะเปดิ ประเทศและยอมรบั ระบบเศรษฐกจิ ทนุ นยิ ม
แต่ระบบเศรษฐกิจของจีนภายในประเทศกลับไม่ใช่ระบบทุนนิยม แต่เป็นตลาดสังคมนิยม (Socialist
Market Economy) ซง่ึ หมายถงึ การทตี่ ลาดมบี ทบาทพนื้ ฐานในการจดั สรรทรพั ยากร ภายใตก้ ารปรบั ตวั
ควบคมุ ทางมหภาคของรฐั สงั คมนยิ ม ในกรณขี องอนิ เดยี หลงั ไดร้ บั เอกราชรฐั มบี ทบาทหลกั ในการกำ� หนด
ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศภายใต้ระบบการวางแผนจากรัฐส่วนกลาง ที่มีลักษณะเป็นทุนนิยม
โดยรฐั ทำ� ใหเ้ ศรษฐกจิ ของอนิ เดยี เจรญิ เตบิ โตอยา่ งรวดเรว็ จนกระทงั่ ปลายทศวรรษที่ 1990 อนิ เดยี ไดร้ บั
ความบอบชา้ํ และประสบวกิ ฤตเศรษฐกจิ จากการใชแ้ ผนการพฒั นาโดยรฐั ทำ� ใหอ้ นิ เดยี ตอ้ งใชแ้ นวทางใหม่
ในการปฏริ ปู เศรษฐกจิ โดยลดบทบาทของรฐั และเพ่มิ บทบาทของตลาดมากขึ้น จวบจนถีงปจั จุบัน
บทบาทรัฐในการก�ำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา: จีน46
เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนภายใต้การน�ำของเหมาเจ๋อตุงได้รับชัยชนะในสงครามกลางเมืองและ
ประกาศสถาปนารฐั สังคมนยิ มทชี่ ่อื ว่า “สาธารณรัฐประชาชนจนี ” (People’s Republic of China) เมอ่ื
วนั ท่ี 1 ตุลาคม ค.ศ. 1949 ยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาของจนี ก็มกี ารปรับเปล่ียนครง้ั ใหญ่เพอื่ ให้สอดคล้องกบั
อดุ มการณ์สังคมนิยม ดงั ทีเ่ หมาเจอ๋ ตุงได้วางแผนเก่ยี วกับระบบเศรษฐกิจแบบใหม่เอาไว้ในบทความของ
46 โปรดดู สทิ ธพิ ล เครอื รฐั ตกิ าล “หนว่ ยท่ี 7 จนี กับยทุ ธศาสตร์การพฒั นา”

