Page 26 - การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
P. 26
14-16 การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
เรอื่ งท่ี 14.1.4 ประเภทของการวิจัยปฏบิ ตั ิการในชัน้ เรียน
ภาษาองั กฤษ
ในการท�ำความเข้าใจปัญหาหรือสถานการณ์ท่ีเกิดข้ึนในชั้นเรียนภาษาอังกฤษ มีการแบ่งการวิจัย
ปฏิบัติการในช้ันเรียนภาษาอังกฤษไว้หลายรูปแบบท่ีเก่ียวข้องกับช้ันเรียนภาษาอังกฤษ มีดังนี้
สุวิมล ว่องวาณิช (2550) แบ่งการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนภาษาอังกฤษเป็น 2 ประเภท คือ
1. การวิจัยแบบเป็นทางการ (formal research) เป็นงานวิจัยที่มีแบบแผนการวิจัยเคร่งครัด
มีลักษณะการด�ำเนินงานและการน�ำเสนอเหมือนงานวิจัยเชิงวิชาการ มีการออกแบบงานวิจัยท่ีรัดกุม เพ่ือให้
ตอบค�ำถามวิจัยได้ชัดเจน มีรูปแบบการน�ำเสนอรายงานชัดเจน เน้ือหาแบ่งออกเป็น 5 บท เช่น วิทยานิพนธ์
ของนักศึกษาในระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอก
2. การวิจัยแบบไม่เป็นทางการ (informal research) เป็นงานวิจัยท่ีไม่ยึดแบบงานวิจัยอย่าง
เคร่งครัด มุ่งเน้นการตอบค�ำถามวิจัยมากกว่าการยึดรูปแบบการวิจัยแบบเป็นทางการ ข้อมูลที่ใช้ในการวิจัย
เป็นข้อมูลที่มีอยู่แล้วจากการเรียนการสอนตามปกติ ส่วนการน�ำเสนอผลการวิจัยครอบคลุมเพียงประเด็นท่ี
ส�ำคัญที่ผู้วิจัยต้องการน�ำเสนอ รูปแบบการน�ำเสนออาจมีเพียงไม่กี่หน้ากระดาษ
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (2544) ได้จ�ำแนกตามผู้ด�ำเนินการวิจัยและเป้าหมายใน
การแก้ไขปัญหา โดยรูปแบบของการวิจัยเชิงปฏิบัติการในช้ันเรียนภาษาอังกฤษมี 2 รูปแบบ ได้แก่ (อ้างอิง
จากสุวิมล ว่องวาณิช, 2544)
1. การวจิ ยั โดยผู้สอนคนเดยี ว (individual teacher action research) เปน็ การท�ำงานของผู้สอน
ที่ก�ำลังเผชิญกับปัญหาจากการปฏิบัติงานสอน มีความพยายามที่จะศึกษา รวมทั้งแก้ปัญหาและพัฒนาการ
เรียนการสอนในช้ันเรียนภาษาอังกฤษของตนเอง โดยอาจขอความช่วยเหลือหรือมีผู้ให้ค�ำปรึกษาการวิจัย
ประเภทนี้เรียกว่า การวิจัยเชิงปฏิบัติการในช้ันเรียน (classroom action research) ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์
โดยตรง คือ ผู้เรียน ขณะเดียวกันยังส่งผลให้ผู้สอนได้พัฒนาการท�ำงานให้มีประสิทธิภาพมากข้ึนด้วย โดย
รูปแบบการวิจัยสามารถศึกษาจากผู้เรียนเพียงคนเดียว (case study) หรือศึกษาวิจัยท้ังห้องเรียน ซึ่งแล้ว
แต่ขนาดผลกระทบของปัญหาท่ีเกิดข้ึนในห้องเรียน
2. การวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนแบบร่วมมือ (collaborative action research) เป็นการวิจัย
ท่ีท�ำเป็นกลุ่ม ผู้วิจัยมีจ�ำนวน 1-2 คนข้ึนไป ซ่ึงพบปัญหาในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเหมือนกัน
หรอื คลา้ ยคลงึ กัน มาวางแผนการทำ� วจิ ัยรว่ มกัน ผสู้ อนทท่ี �ำวิจยั ลักษณะนี้อาจอย่ใู นสถานศกึ ษาเดยี วกนั หรือ
ต่างสถานศึกษากันก็ได้ แต่ต้องมีปัญหาท่ีมุ่งแก้ไขเหมือนกัน การวิจัยเชิงปฏิบัติการในช้ันเรียนแบบร่วมมือ
จึงเป็นการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาในช้ันเรียนหนึ่งหรือมาร่วมในกระบวนการวิจัยด้วยกัน การวิจัยลักษณะน้ี จะ
เป็นประโยชน์ท่ีจะช่วยพัฒนาทักษะการวิจัยและเทคนิค การด�ำเนินงานของผู้สอนด้วยกัน เน่ืองจากทีมวิจัย

