Page 30 - การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
P. 30
14-20 การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
นอกจากนี้ตัวแปรต้นและตัวแปรตามที่เป็นตัวแปรหลักในการวิจัยแล้ว ยังมีตัวแปรอื่นที่เกี่ยวข้อง
ในการท�ำวิจัยเชิงทดลอง เช่น ตัวแปรเชื่อมโยง (intervening variable) หรือตัวแปรสอดแทรก เป็นตัวแปร
ทีไ่ ม่สามารถควบคมุ ได้ และมผี ลตอ่ พฤติกรรมทแ่ี สดงออกดว้ ย ได้แก่ ความวิตกกังวล การปรบั ตวั การจูงใจ
เป็นต้น มักเกิดข้ึนสอดแทรกในระหว่างตัวแปรต้นกับตัวแปรตาม มีอิทธิพลต่อตัวแปรต้น และส่งผลต่อ
ตัวแปรตาม เช่น ในการแก้ปัญหาการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ ถึงแม้ว่าผู้เรียนจะมีทักษะในการอ่านไม่
เพียงพอ แต่ถ้าผู้เรียน “ตั้งใจเรียน” ผู้เรียนก็สามารถเข้าใจและสามารถอ่านจับใจความได้มากขึ้นจากการ
ได้เรียนและฝึกฝนการใช้กลยุทธ์ในการอ่าน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีตัวแปรแทรกซ้อนหรือตัวแปรภายนอก
(extraneous variable) เป็นตัวแปรที่ผู้สอนไม่ได้มุ่งศึกษาแต่อาจมีอิทธิพลต่อตัวแปรตามได้ ท�ำให้ข้อสรุป
ของการวิจัยขาดความถูกต้อง ไม่เท่ียงตรง หรือเกิดความคลาดเคล่ือน เช่น อายุ เช้ือชาติ บุคลิกภาพ
ความถนัด ความลำ� เอยี ง เสยี งรบกวน เปน็ ตน้ แตเ่ ปน็ ตวั แปรทผี่ สู้ อนสามารถกำ� หนดวธิ กี ารควบคมุ ได้ จงึ เรยี ก
อกี อยา่ งหนง่ึ วา่ ตัวแปรควบคุม (control variable) เช่น ถ้าผู้สอนต้องการหาผลสัมฤทธ์ิด้านการฟังภาษา
อังกฤษของผู้เรียน โดยใช้แบบทดสอบด้านการฟังเป็นตัวชี้วัด แต่ในขณะท่ีมีการฟัง เกิดเสียงรบกวนข้ึน
ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นตัวแปรแทรกซ้อน อาจมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพในด้านการฟังของผู้เรียนได้ เป็นต้น
ส�ำหรับรูปแบบของการวิจัยเชิงทดลอง มีอยู่หลายรูปแบบ แต่ท่ีเป็นรูปธรรมและใช้กันแพร่หลาย
ได้แก่
1) การวจิ ยั โดยใชก้ ลุ่มทดลองกลุ่มเดียว ทดสอบก่อนเรียนและทดสอบหลังเรียน แล้วน�ำผล
การทดสอบมาเปรียบเทียบกัน (one group, pretest-posttest design)
2) การวิจัยโดยใช้กลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองไม่มีการสุ่ม (nonrandomized control group,
pretest-posttest design) มีกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม อย่างละ 1 กลุ่ม มีการวัดก่อนการทดลองและหลัง
การทดลองกับท้ังสองกลุ่ม แต่ให้วิธีการเฉพาะกับกลุ่มทดลอง แล้วน�ำผลการวัดก่อนทดลองและหลังทดลอง
ของทั้งสองกลุ่มมาเปรียบเทียบกัน
3) การวิจัยโดยใช้กลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองหลายกลุ่ม ไม่มีการสุ่ม (nonrandomized
control group, pretest-posttest design: experimental group more than 2 groups)
3. การวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative research) บางคนเรียกการวิจัยเชิงคุณลักษณะ หรือเชิงการ
สืบค้นเชิงธรรมชาติ (naturalistic inquiry) มีการเก็บข้อมูลเป็นตัวหนังสือ หรือข้อความ แล้วน�ำมาวิเคราะห์
สรุปผลการวิจัยโดยใช้การเชื่อมโยงเหตุผล เป็นการศึกษาในระยะยาว เน้นการเก็บข้อมูลเชิงนามธรรมที่
เกี่ยวข้องกับความรู้สึกนึกคิด การแสวงหาความจริงในสภาพตามท่ีเป็นจริง เพ่ือหาความสัมพันธ์ของ
ปรากฏการณ์ท่ีสนใจกับสภาพน้ัน โดยให้ความสัมพันธ์กับข้อมูลท่ีเป็นความรู้สึกนึกคิด เน้นการวิเคราะห์
ข้อมูลที่ได้มาด้วยการตีความ เพื่อสร้างข้อสรุปแบบอุปนัย (inductive analysis) ให้ได้ความรู้ความเข้าใจ
ในปรากฏการณ์ท่ีต้องการศึกษาอย่างลึกซึ้ง เป็นการน�ำเสนอข้อมูลเชิงบรรยาย หรือพรรณนา และก่อนเริ่ม
ผู้วิจัยต้องทราบถึงลักษณะของการวิจัยเชิงคุณภาพก่อน เพ่ือจะสามารถออกแบบและด�ำเนินการการวิจัย
เชงิ คณุ ลกั ษณะได้ เชน่ การวเิ คราะหเ์ นอ้ื หาในบทเรยี นทใี่ ชส้ อนภาษาองั กฤษ เปน็ การศกึ ษาเพอื่ ทำ� ความเขา้ ใจ

