Page 20 - สัมมนาหลักสูตร และ การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์
P. 20
7-10 สัมมนาหลักสูตรและการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์
ด้านสรีรวิทยา (Anatomy) มักจะเริ่มมาจากการใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ในรูปแบบของการวิจัยเชิงการ
พรรณนา (descriptive research) การวิจัยเชิงการพรรณนาเป็นการอธิบายลักษณะทางกายภาพ (physical
phenomena) ซ่ึงเป้าหมายของการวิจัยเพื่อการอธิบาย การศึกษาในลักษณะน้ีมักจะน�ำมาสู่ค�ำถามใหม่ท่ีมา
ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงทดลอง และการวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ (correlation research) ต่อไป ตัวอย่างเช่น
William Harvey ไดเ้ รมิ่ อธบิ ายระบบการไหลเวยี นของเลอื ด (the cardiovascular system) เปน็ การอธบิ าย
ส่ิงท่ีเกิดข้ึนในธรรมชาติ ต่อมาทางสรีรวิทยาก็มีการอธิบาย ระบบหมุนเวียนเลือดในร่างกาย เกิดค�ำถามที่
เก่ียวข้องกับการไหลของเลือดผ่านเส้นเลือดต่าง ๆ ค�ำถามนี้น�ำมาสู่การวิจัยท่ีศึกษาความสัมพันธ์ของระบบ
ทางสรีรวิทยาของการไหลของเลือด มีการทดลองตัวแปรต่าง ๆ ท่ีสนใจ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของตัวแปร
โดยผ่านแบบจ�ำลองการไหลเวียนเลือด เช่นเดียวกัน หลักฐานที่แสดงให้เช่ือว่าการสูบบุหรี่เกี่ยวข้องกับการ
เปน็ มะเรง็ ปอด กเ็ ปน็ การศกึ ษาโดยใชก้ ารวจิ ยั เชงิ สหสมั พนั ธ์ ทไี่ มส่ ามารถศกึ ษาไดโ้ ดยตรงโดยใชก้ ารทดลอง
กับคน เน่ืองจากเป็นเร่ืองจรรยาบรรณของการวิจัย (Lederman, Lederman, and Antink, 2013)
3. ความสัมพนั ธร์ ะหว่างธรรมชาตขิ องวทิ ยาศาสตรแ์ ละการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์
การสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์และธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ สองค�ำน้ีมีความเกี่ยวข้องกันและ
ไมส่ ามารถแยกออกจากกนั ได้ แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม สองคำ� นกี้ ม็ คี วามแตกตา่ งกนั โดย ธรรมชาตขิ องวทิ ยาศาสตร์
เป็นเป้าหมายส�ำคัญของหลักสูตรวิทยาศาสตร์ศึกษาในหลายประเทศ ถึงแม้ว่า ความหมายของธรรมชาติของ
วิทยาศาสตร์ และขอบเขตของธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ที่นักเรียนควรรู้จะเป็นอย่างไร ยังคงมีการถกเถียง
หรอื อภปิ รายกนั ระหวา่ งกลมุ่ นกั ปรชั ญาทางวทิ ยาศาสตร์ นกั วทิ ยาศาสตรศ์ กึ ษา และนกั วทิ ยาศาสตร์ (Lederman
et al., 2002; Abd-El-Khalick and Akerson, 2004; Tala and Vesterinen, 2015) แต่ที่ยอมรับกันใน
แวดวงของนักวิทยาศาสตร์ศึกษาปัจจุบัน คือ ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์เป็นการอธิบายลักษณะของ
วิทยาศาสตร์ในแง่มุมต่าง ๆ ที่ผสมผสานมาจากปรัชญาวิทยาศาสตร์ ประวัติวิทยาศาสตร์ สังคมวิทยา
และจิตวิทยา (McComas, 2002) ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ เป็นการอ้างถึงญาณวิทยาของวิทยาศาสตร์
(epistemology of science) ที่หมายถึง วิทยาศาสตร์เป็นวิถีแห่งความรู้ ค่านิยม ความเช่ือท่ีมีต่อความรู้
ทางวทิ ยาศาสตร์ รวมทงั้ การพฒั นาความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์ เปน็ ลกั ษณะเฉพาะ ซง่ึ จะบง่ บอกถงึ ความแตกตา่ ง
ระหวา่ งตวั วทิ ยาศาสตรแ์ ละศาสตร์อ่ืน ๆ ธรรมชาติของวิทยาศาสตรเ์ ปน็ ลกั ษณะของคา่ นยิ ม ขอ้ สรปุ แนวคดิ
หรือแม้แต่ค�ำอธิบายที่จะบอกว่าวิทยาศาสตร์คืออะไร มีส่วนเก่ียวข้องกับอะไรบ้าง และอย่างไร ค�ำอธิบาย
เหล่าน้ีจะผสมผสานกลมกลืนอยู่ในตัววิทยาศาสตร์ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และการพัฒนาความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์ รวมถึงการมองส่ิงเหล่าน้ีในเชิงปรัชญาเก่ียวกับการก�ำเนิด ธรรมชาติ วิธีการและขอบเขตของ
ความรู้ของมนุษย์ (epistemology) และในเชิงสังคมวิทยา (sociology) (Lederman, 1992; Lederman
et al., 2002)
ความหมายของธรรมชาตขิ องวทิ ยาศาสตรม์ กี ารเปลย่ี นแปลงและพฒั นาไปเชน่ เดยี วกบั วทิ ยาศาสตร์
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 (in the early 1900s) ความเข้าใจธรรมชาติของวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องเดียวกับความ
เข้าใจวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ในช่วงปี 1960 ค�ำว่า ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์เน้นไปที่การสืบเสาะหาความรู้

