Page 24 - สัมมนาหลักสูตร และ การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์
P. 24

7-14 สัมมนาหลักสูตรและการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์

ดังน้ันการรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ต้องมีความถูกต้องแม่นย�ำปราศจากความล�ำเอียง บางคร้ัง
หลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์ที่ได้อาจมาจากความล�ำเอียงอันเกิดจากตัวผู้สังเกตกลุ่มตัวอย่างเคร่ืองมือและ
วิธีการท่ีใช้การตีความหมายหรือการรายงานข้อมูลโดยเฉพาะความล�ำเอียงอันเกิดมาจากนักวิทยาศาสตร์ ซึ่ง
อาจมาจากเพศ อายุ เชือ้ ชาติ ความรูแ้ ละประสบการณ์เดมิ หรอื ความเชอื่ ตัวอย่างเชน่ มีผรู้ วบรวมผลงานวิจยั
เก่ียวกับสัตว์เล้ียงลูกด้วยนํ้านมของนักวิทยาศาสตร์ชายและหญิงพบว่า นักวิทยาศาสตร์ชายมุ่งเน้นที่
พฤติกรรมการแข่งขันทางสังคมของสัตว์ตัวผู้ ส่วนนักวิทยาศาสตร์หญิงศึกษาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วย
น้ํานมในประเด็นความส�ำคัญของสัตว์ตัวเมียที่มีต่อพฤติกรรมการสร้างสังคมของสัตว์เล้ียงลูกด้วยนม ถึง
แม้ว่าจะไม่สามารถก�ำจัดหรือหลีกเลี่ยงความล�ำเอียงได้ท้ังหมดแต่นักวิทยาศาสตร์ก็ต้องการทราบถึง
แหล่งท่ีมาและผลของความล�ำเอียงท่ีอาจมีต่อหลักฐานท่ีได้ อย่างไรก็ตามเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของ
ข้อคน้ พบ นกั วิทยาศาสตร์อาจใช้การทบทวนวจิ ารณจ์ ากเพ่อื นนกั วทิ ยาศาสตร์ (peer review) เชน่ การเสนอ
ข้อค้นพบในการประชุมหรือวารสารวิชาการต่าง ๆ เป็นต้น

       5) 	วิทยาศาสตร์ไม่ยอมรับการมีอ�ำนาจเหนือบุคคลอ่ืน วิทยาศาสตร์ไม่ยอมรับนับถือการมีอ�ำนาจ
เหนือบุคคลอื่น (authority) และเชื่อว่าไม่มีบุคคลใดหรือนักวิทยาศาสตร์คนไหน ไม่ว่าจะมีช่ือเสียงหรือ
ต�ำแหน่งหน้าท่ีการงานสูงเพียงใด ท่ีจะมีอ�ำนาจตัดสินว่า อะไรคือความจริง หรือมีสิทธิพิเศษในการเข้าถึง
ความจริงมากกว่าคนอื่น ๆ เพราะความรู้ทางวิทยาศาสตร์ท่ีค้นพบจะต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยความสามารถใน
การอธิบายปรากฏการณ์หนึ่ง ๆ ได้ดีกว่าแนวคิดท่ีมีอยู่เดิม

2. 	ลกั ษณะของการสืบเสาะทางวทิ ยาศาสตรใ์ นงานวจิ ยั

       ลักษณะของการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ในงานวิจัย ท่ีท�ำการส�ำรวจและพัฒนาความเข้าใจของ
นกั เรยี นและครเู กย่ี วกบั การสบื เสาะทางวทิ ยาศาสตร์ จะมที ง้ั ทใ่ี ชก้ รอบแนวคดิ ของธรรมชาตขิ องวทิ ยาศาสตร์
และการพัฒนากรอบแนวคิดของการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์แยกออกมาต่างหาก ในท่ีน้ีจะขอยกตัวอย่าง
ลักษณะของการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นกรอบแนวคิดของการวิจัยบางงานวิจัย ดังน้ี

       2.1 	ลักษณะของการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ ของแบบสอบถาม the Views of Scientific
Inquiry (VOSI) ที่พัฒนาโดย Renee S. Schwartz Norman G. Lederman และ Judith S. Lederman
ในปี ค.ศ. 2008 (Schwartz, Lederman, and Lederman, 2008) ลักษณะของการสืบเสาะทางวทิ ยาศาสตร์
ผู้วิจัยเรียกว่า เป็นธรรมชาติของการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ (the Nature of Scientific Inquiry: NOSI)
ซึ่งกรอบแนวคิดธรรมชาติของการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ มาจากมาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษาแห่งชาติของ
ประเทศสหรัฐอเมริกา (NSES) (NRC, 1996) Benchmarks for Science Literacy ของ AAAS ปี ค.ศ.
1993 the National Academy of Sciences (NAS) ปี ค.ศ. 2002 งานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ศึกษาและ
นักวิจัยท่ีศึกษาเกี่ยวกับการท�ำงานของนักวิทยาศาสตร์ และกรอบแนวคิดของ Joseph Schwab เม่ือ 45 ปี
ที่ผ่านมา ลักษณะของการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ 1) ค�ำถามเป็นแนวทางต่อการตรวจสอบทาง
วทิ ยาศาสตร์ 2) การตรวจสอบทางวทิ ยาศาสตรม์ หี ลายวธิ ี 3) วตั ถปุ ระสงคข์ องการตรวจสอบทางวทิ ยาศาสตร์
มีหลากหลาย 4) การตัดสินข้อความรู้ทางวิทยาศาสตร์ 5) การรับรู้และจัดการกับข้อมูลที่ผิดปกติ 6) แหล่ง
ข้อมูล บทบาทของข้อมูล และแยกความแตกต่างระหว่างข้อมูลและหลักฐาน และ 7) สังคมของการปฏิบัติ
   19   20   21   22   23   24   25   26   27   28   29