Page 29 - สัมมนาหลักสูตร และ การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์
P. 29

การเรียนรู้ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ 7-19

ตารางที่ 7.2 การสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ในเอกสาร Benchmark for Science Literacy
          ของช่วงชั้นท่ี 3 (เกรด 6 ถงึ 8) และชว่ งชัน้ ที่ 4 (เกรด 9 ถงึ 12)

Benchmark for Science Literacy

ชว่ งชน้ั ที่ 3 (เกรด 6 ถงึ 8)                               ชว่ งชั้นที่ 4 (เกรด 9 ถึง 12)

1)	 ธรรมชาติของนักวิทยาศาสตร์กับธรรมชาติของ                  1) 	การสำ� รวจเกดิ ขน้ึ ดว้ ยเหตผุ ลเพอ่ื การสำ� รวจปรากฏ-
	 ปรากฏการณ์และวิธีการท่ีนักวิทยาศาสตร์ใช้เพ่ือ              	 การณ์ใหม่การตรวจสอบผลการทดลองในอดีต
	 การส�ำรวจ (ธรรมชาติทั้งสองนี้) ไม่ใช่ส่ิงเดียวกัน          	 การทดสอบว่าทฤษฎีหน่ึง ๆ นั้นสามารถน�ำไปใช้
2)	 การส�ำรวจทางวิทยาศาสตร์ส่วนมากจะเก่ียวข้อง               	 ได้ดีหรือไม่และการเปรียบเทียบทฤษฎีต่าง ๆ
	 กับการเก็บรวบรวมข้อมูล การใช้เหตุผลอย่างมี                 2) 	สมมติฐานใช้เพ่ือบ่งบอกว่าข้อมูลชนิดใดที่เราควร
	 ตรรกะและการใช้จินตนาการเพื่อสร้างสมมติฐาน                  	 ให้ความส�ำคัญและข้อมูลชนิดใดท่ีเราควรหาข้อมูล
	 และค�ำอธิบายที่สอดคล้องกับข้อมูลท่ีได้                     	 เพื่อเติมและเพ่ือบ่งบอกถึงวิธีการวิเคราะห์/ตีความ
3) 	ขณะท�ำการทดลองหากมีการเปล่ียนแปลงเกิดข้ึน                	 ข้อมูล
	 กับตัวแปรมากกว่า 1 ตัว ณ เวลาเดียวกันเราอาจ                3) 	นักวิทยาศาสตร์สามารถควบคุมสภาวะ/เง่ือนไข
	 ไม่สามารถสรุปผลการทดลองได้ซ่ึงข้อผิดพลาดนี้                	 ของการหาหลักฐานได้ แต่บางครั้งเมื่อการควบคุม
	 อาจเนื่องมาจากการที่เราไม่สามารถป้องกันระบบ                	 นั้นไม่สามารถท�ำได้ในทางปฏิบัติหรือเป็นการผิด
	 จากตัวแปรภายนอกท่ีเข้ามารบกวนตลอดเวลาได้                   	 ต่อศีลธรรม นักวิทยาศาสตร์จะพยายามท�ำความ
	 หรืออาจเป็นเพราะการท่ีเราไม่สามารถวิเคราะห์                	 เข้าใจกับสภาวะน้ันโดยการสังเกตให้ได้มากท่ีสุด
	 หาตัวแปรทุกตัวที่มีผลต่อการทดลองน้ีได้                     	 เท่าที่จะเป็นไปได้
4) 	ความร่วมมือในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์สามารถน�ำ                4) 	นกั วทิ ยาศาสตรม์ ธี รรมเนยี มทแี่ ตกตา่ งกนั เกยี่ วกบั
	 ไปสกู่ ารออกแบบงานวจิ ยั ทเ่ี หมาะสมกบั สถานการณ์          	 สงิ่ ทส่ี ำ� รวจและวธิ กี ารสำ� รวจ ดงั นนั้ นกั วทิ ยาศาสตร์
	 หรือบริบทที่ยากแก่การค้นพบตัวแปรหรือควบคุม                 	 ทั้งหลายจึงมีข้อตกลงร่วมกันว่าจะโต้เถียงกันด้วย
	 ตัวแปรทุกตัวได้                                            	 เหตุผลและหลักฐานเชิงประจักษ์เท่าน้ัน
5)	 ความคาดหวังต่อผลสังเกตจะกระทบต่อวิธีการ                  5) 	นักวิทยาศาสตร์ที่ทำ� วจิ ัยรว่ มกนั เปน็ กลมุ่ มแี นวโน้ม
	 สังเกต คล้ายกับการท่ีเรามีความเช่ือบางอย่างท่ี             	 ท่ีจะมองสง่ิ ตา่ ง ๆ คล้ายกนั แตเ่ มอื่ นักวทิ ยาศาสตร์
	 ฝังแน่นอยู่ในตัวเรา แล้วความเชื่อน้ันท�ำให้เรา             	 กลุ่มนี้พบปัญหาเก่ียวกับวิธีวิจัยหรือผลการวิจัย
	 มองข้ามผลการสังเกตอ่ืนท่ีเราไม่ได้คาดหวัง                  	 นักวิทยาศาสตร์จะพยายามมองหาที่มาของความ
6) 	นักวิทยาศาสตร์ทราบดีถึงอันตรายของความคาด                 	 ล�ำเอยี งในการออกแบบการส�ำรวจหรือการวิเคราะห์
	 หวัง เขาจึงพยายามหลีกเล่ียงมันขณะท�ำการออก                 	 ข้อมูล และจะตรวจสอบการท�ำงานของกันและกัน
	 แบบการสำ� รวจและวเิ คราะหข์ อ้ มลู ซง่ึ วธิ กี ารปอ้ งกัน  	 อย่างไรก็ตามความพยายามเหล่านี้อาจไม่สามารถ
	 อย่างหนึ่งก็คือการให้นักวิทยาศาสตร์แต่ละคน                 	 ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบความล�ำเอียงได้
	 (หลายคน) ท�ำการศึกษาเพ่ือตอบค�ำถามวิจัย                    6)	 หากมีความคิดใหม่ (new ideas) เกิดขึ้นโดยไม่
	 ค�ำถามเดียวกัน                                             	 สามารถเชอ่ื มโยงกบั ความคดิ หลกั เดมิ ได้ ความคดิ
                                                             	 ใหม่น้ันอาจถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงใน
                                                             	 ช่วงระยะเวลาแรก ๆ
   24   25   26   27   28   29   30   31   32   33   34