Page 33 - สัมมนาหลักสูตร และ การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์
P. 33

การเรียนรู้ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ 7-23

ของการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์มักไม่ปรากฏในห้องเรียนวิทยาศาสตร์ เป็นเป้าหมายที่ครูไม่ให้ความส�ำคัญ
การที่ครูไม่เข้าใจหรือไม่เห็นความส�ำคัญของความเข้าใจเก่ียวกับการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์อาจเป็นเพราะ
ความไม่ชัดเจนของหลักสูตร หรือการสื่อสารไปยังครูท่ีไม่เพียงพอ โดยครูส่วนใหญ่เข้าใจว่า การสืบเสาะเป็น
วิธีการเรียนการสอนที่ใช้ในการสื่อสารความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียน หรือช่วยให้นักเรียนได้สร้าง
ความรู้ของตัวเอง ซึ่งความเข้าใจน้ีแตกต่างกับเป้าหมายของการเรียนแบบสืบเสาะท้ังสองด้าน คือ นักเรียน
ควรท�ำการสืบเสาะและนักเรียนควรเข้าใจการสืบเสาะด้วย

3. 	ลกั ษณะของการเรยี นร้แู บบสบื เสาะ

       จากเป้าหมายของการเรียนรู้แบบสืบเสาะที่นักเรียนควรได้ลงมือท�ำการสืบเสาะและมีความเข้าใจ
เก่ียวกับการสืบเสาะ นักวิทยาศาสตร์ศึกษามีความเห็นพ้องกันว่า การสืบเสาะของนักเรียนในห้องเรียนควร
มีลักษณะคล้ายกับการสืบเสาะของนักวิทยาศาสตร์ เพ่ือให้นักเรียนเข้าใจการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ด้วย
The National Science Education Standards (NSES) ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ระบุลักษณะส�ำคัญของ
ห้องเรียนแบบสืบเสาะ (NRC, 1996) ท่ีแสดงให้เห็นว่านักเรียนได้เรียนรู้ผ่านการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์
ไว้ดังน้ี

       1)	 นักเรียนมีความสนใจ มีส่วนร่วมต่อค�ำถามทางวิทยาศาสตร์
       2) 	นักเรียนให้ความส�ำคัญกับหลักฐานท่ีจะใช้ตอบค�ำถามทางวิทยาศาสตร์
       3) 	นักเรียนสร้างค�ำอธิบายจากหลักฐานที่มี
       4) 	นักเรียนเชื่อมโยงค�ำอธิบายนั้นกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์
       5) 	นักเรียนส่ือสาร ถ่ายทอด ลงข้อสรุป และแสดงให้เห็นถึงความสมเหตุสมผลต่อค�ำอธิบายน้ัน
       ลักษณะส�ำคัญดังกล่าวเป็นลักษณะพ้ืนฐานท่ีสามารถน�ำไปใช้ได้กับการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์
ได้ ทง้ั หมดทเี่ รมิ่ ตน้ จากคำ� ถาม ตามดว้ ยการออกแบบการตรวจสอบเพอ่ื ตอบคำ� ถามนนั้ และมาสกู่ ารวเิ คราะห์
ข้อมูลเพ่ือมาเป็นหลักฐานในการลงข้อสรุป
       สมาคมครูวทิ ยาศาสตร์ของอเมรกิ า (National Science Teachers Association: NSTA) (NRC,
1996) ได้น�ำเสนอแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะของนักเรียน ดังนี้
       1) 	การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะให้นักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีความสามารถในการท�ำ  (to do)
การสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ ครูจะต้องช่วยให้นักเรียนด�ำเนินการหรือท�ำสิ่งต่าง ๆ ดังน้ี

            - 	ระบุหรือตั้งค�ำถามท่ีสามารถตอบค�ำถามได้โดยใช้วิธีการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์
(scientific investigation) หรือการต้ังค�ำถามทางวิทยาศาสตร์ได้

            - 	ออกแบบและด�ำเนินการส�ำรวจตรวจสอบเพ่ือรวบรวมหลักฐานที่จ�ำเป็นเพื่อใช้ตอบค�ำถาม
            - 	ใช้เคร่ืองมือหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสมเพื่อน�ำไปสู่การตีความหมายหรือวิเคราะห์ข้อมูล
            - 	ลงข้อสรุป โดยอาศัยการคิดวิเคราะห์ และคิดอย่างมีเหตุผล เป็นการอธิบายหรือลงข้อสรุป
บนพ้ืนฐานของข้อมูลท่ีมี
            - 	ส่ือสาร และแสดงความน่าเชื่อถือของผลการตรวจสอบ (การลงข้อสรุป) แก่ผู้อื่น
   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37   38