Page 50 - สัมมนาหลักสูตร และ การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์
P. 50
7-40 สัมมนาหลักสูตรและการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์
3) ทฤษฎีและกฎมีความสัมพันธ์กันแต่มีความแตกต่างกัน แนวความคิดคลาดเคลื่อนที่พบบ่อย
เก่ียวกับทฤษฎีและกฎ คือ “กฎเป็นทฤษฎีที่พัฒนาแล้ว จึงมีความน่าเชื่อถือและมีคุณค่ามากกว่าทฤษฎ”ี ใน
ความเป็นจริงแล้ว ท้ังกฎและทฤษฎีเป็นผลผลิตของวิทยาศาสตร์ท่ีมีความส�ำคัญเท่าเทียมกัน โดยกฎ คือ
แบบแผนที่ปรากฏในธรรมชาติ ส่วนทฤษฎี คือ ค�ำอธิบายว่าท�ำไมแบบแผนของธรรมชาติจึงเป็นไปตาม
กฎนั้น ๆ
ตวั อยา่ ง เอกสาร Benchmarks for Science Literacy (AAAS, 1993; สิริน ภากิจเก้ือกูล, 2556)
ท่ีได้ระบุธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ไว้ในส่วนของโลกทัศน์ทางวิทยาศาสตร์ของระดับช่วงช้ันที่ 3
(เกรด 6 ถึง 8) และช่วงช้ันท่ี 4 (เกรด 9 ถึง 12) ท่ีเกี่ยวข้องกับธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์
ตารางที่ 7.4 ธรรมชาตขิ องความรูท้ างวทิ ยาศาสตร์ ในเอกสาร Benchmarks for Science Literacy
ของช่วงชน้ั ท่ี 3 (เกรด 6 ถงึ 8) และช่วงช้นั ที่ 4 (เกรด 9 ถงึ 12)
Benchmarks for Science Literacy
ช่วงชน้ั ท่ี 3 (เกรด 6 ถึง 8) ชว่ งชนั้ ที่ 4 (เกรด 9 ถงึ 12)
1) ความร้วู ทิ ยาศาสตร์ คอื ส่ิงทน่ี ำ� ไปสกู่ ารปรบั เปลี่ยน 1) ถึงแม้วิทยาศาสตร์จะมีการเปล่ียนแปลงไปตาม
คล้ายกับการท่ีมีข้อมูลใหม่ ๆ มาท้าทายทฤษฎี ช่วงเวลาแต่บ่อยครั้งที่การเปล่ียนแปลงน้ันเป็น
ปัจจุบันให้ต้องพิสูจน์และอาจน�ำไปสู่การเปลี่ยน การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ซ่ึงส่ิงที่เกิดข้ึน
แปลงหรือคล้ายกับการท่ีค้นพบทฤษฎีใหม่ท่ีท�ำให้ น้ีแสดงให้เห็นถึงความคงทนของวิทยาศาสตร์
ต้องย้อนกลับไปพิจารณาส่ิงท่ีเคยสังเกตได้ด้วย 2) ถงึ แมท้ ฤษฎที เี่ รามอี ยจู่ ะสอดคลอ้ งกบั ผลการสงั เกต
มุมมองที่ต่างไปจากเดิม มากเพียงใดก็ตามทฤษฎีใหม่ท่ีเกิดข้ึนก็อาจจะ
2) ความรู้วิทยาศาสตร์บางเรื่องถูกค้นพบมานาน สอดคล้องกับผลการสังเกตได้มากกว่า หรือไม่ก็
มากแล้ว แต่ความรู้นั้นยังคงใช้ได้อยู่ในยุคปัจจุบัน อาจจะครอบคลมุ ผลการสังเกตได้ครบถว้ นมากกว่า
3) การทดสอบการปรับปรุงและการปฏิเสธทฤษฎีเป็น
กระบวนการต่อเน่ืองท่ีท�ำให้เกิดทฤษฎีใหม่ ทฤษฎี
เก่า วนเวียนไปไม่ส้ินสุด แต่กระบวนการน้ีได้น�ำไป
สู่ความเขา้ ใจทดี่ ยี ง่ิ ขน้ึ เกยี่ วกบั สงิ่ ตา่ ง ๆ บนโลกใบนี้
ที่ไม่มีความจริงแท้ (absolute truth)
ส�ำหรับประเทศไทย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท. 2546) ได้ระบุถึง
องค์ประกอบความเข้าใจธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ท่ีจะท�ำให้ผู้เรียนเกิดการรู้วิทยาศาสตร์ไว้ว่า
ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั ความรวู้ ทิ ยาศาสตรค์ รอบคลมุ ถงึ ความเชอื่ และเจตคตทิ นี่ กั วทิ ยาศาสตรม์ ตี อ่ ปรากฏการณ์
ทางวิทยาศาสตร์ เช่น เช่ือว่าความรู้เป็นสิ่งที่สามารถท�ำความเข้าใจได้ ความรู้เป็นความจริงท่ีมีความคงทน
แต่ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้เพราะความจริงท่ีมีอยู่แล้วอาจไม่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ใหม่ ๆ ได้

