Page 51 - สัมมนาหลักสูตร และ การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์
P. 51

การเรียนรู้ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ 7-41

       พิจารณาหลักสูตรวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย ในสาระท่ี 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี และตัวช้ีวัดต่าง ๆ ในแต่ละระดับชั้น พบว่า จะเน้นไปที่ธรรมชาติการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์
มากกว่าธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ แม้ว่าธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในประเทศไทย
จะไม่ปรากฏแยกออกมาเป็นตัวช้ีวัดท่ีชัดเจนเหมือนในหลักสูตรของประเทศสหรัฐอเมริกา แต่มีการกล่าวถึง
ธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นผลจากการสืบเสาะ ในมาตรฐาน ว. 8.1 ไว้ว่า

       “... รู้ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่ีเกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สามารถอธิบายและ
ตรวจสอบได้ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมือท่ีมีอยู่ในช่วงเวลาน้ัน ๆ ...”

       จากข้อความข้างต้น แม้จะไม่ได้กล่าวโดยตรงว่าเป็นธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ แต่
สามารถตีความหมายได้ว่า วิทยาศาสตร์เป็นการอธิบายปรากฏการณ์โดยมีรูปแบบที่แน่นอน อาศัยข้อมูล
และเน้นว่าช่วงเวลานั้น ๆ ซ่ึงอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นจริงในช่วงเวลาหน่ึง และสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในช่วง
เวลาอ่ืน อย่างไรก็ตาม สสวท. ได้ระบุประเด็นของธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไว้อย่างชัดเจนในการ
นิยามค�ำว่า ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ท่ีปรากฏในมาตรฐานครูวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของ สสวท.
(2546) ดังท่ีระบุไว้ว่า

       “ความรู้วิทยาศาสตร์ต้องสามารถอธิบายและตรวจสอบได้ เพ่ือน�ำมาอ้างอิงท้ังในการสนับสนุนหรือ
โต้แย้งเมื่อมีการค้นพบข้อมูลหรือหลักฐานใหม่ หรือแม้แต่ข้อมูลเดิมเดียวกันก็อาจเกิดความขัดแย้งข้ึนได้
ถา้ นกั วทิ ยาศาสตรแ์ ปลความหมายดว้ ยวธิ กี ารหรอื แนวคดิ ทแ่ี ตกตา่ งกนั ความรวู้ ทิ ยาศาสตรอ์ าจเปลย่ี นแปลงได”้

       สำ� หรบั นกั วทิ ยาศาสตรศ์ กึ ษาหลายทา่ นทที่ ำ� การศกึ ษาเกย่ี วกบั ธรรมชาตขิ องความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์
ทั้งการวิจัยส�ำรวจความเข้าใจ การวิจัยเพ่ือพัฒนาความเข้าใจ การวิจัยแนวทางการจัดการเรียนรู้เกี่ยวกับ
ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ ได้มีการรวบรวมและน�ำเสนอประเด็นธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ท่ีครอบคลุมทั้ง
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์และสังคมของวิทยาศาสตร์ ท่ีควรจัดไว้ใน
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตัวอย่างเช่น

       ลีเดอร์แมน และลีเดอร์แมน (Lederman และ Lederman, 2004) ได้ศึกษาและรวบรวมงานวิจัย
ท่ีเก่ียวข้องกับธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ และเสนอประเด็นธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ที่แสดงถึงธรรมชาติ
ของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ท่ีควรเน้นในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เพื่อให้นักเรียนเรียนรู้และมีความ
เข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ มี 7 ประเด็น ดังนี้

            1) 	นกั เรยี นควรจะเขา้ ใจความแตกตา่ งทสี่ ำ� คญั ระหวา่ งการสงั เกตและการอนมุ าน (the crucial
distinction between observation and inference) การสังเกตเป็นการบอกรายละเอียดท่ีเก่ียวกับ
ปรากฏการณท์ างธรรมชาตทิ สี่ ามารถสงั เกตไดโ้ ดยตรงหรอื ผา่ นเครอื่ งมอื ทขี่ ยายขอบเขตการสงั เกตของมนษุ ย์
(แวน่ ขยาย กลอ้ งโทรทศั น)์ รวมทง้ั การสงั เกตทผี่ า่ นจากผสู้ งั เกตหลายคนทต่ี กลงกนั ในเหตกุ ารณใ์ ดเหตกุ ารณ์
หนงึ่ ตวั อยา่ งเชน่ “วตั ถทุ ป่ี ลอ่ ยออกเหนอื พนื้ ดนิ จะตกลงและกระแทกพน้ื ” ในการอนมุ าน ตรงกนั ขา้ มเปน็ การ
อธิบายท่ีเกี่ยวกับปรากฏการณ์แต่ไม่ได้เป็น “โดยตรง” ตัวอย่างเช่น วัตถุท่ีมีแนวโน้มท่ีจะตกลงพื้นดินเพราะ
“แรงโนม้ ถว่ ง” คำ� วา่ (แนวคดิ ) “แรงโนม้ ถว่ ง” เปน็ การอนมุ านจากสง่ิ ทเ่ี กดิ ขน้ึ เปน็ ขอ้ สรปุ ทตี่ อ้ งมกี ารอภปิ ราย
และลงข้อสรุปร่วมกัน
   46   47   48   49   50   51   52   53   54   55   56