Page 54 - สัมมนาหลักสูตร และ การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์
P. 54
7-44 สัมมนาหลักสูตรและการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์
3) กฎและทฤษฎีมีความแตกต่างกัน ไม่สามารถเปลี่ยนไปมาได้
4) ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ เป็นส่ิงท่ีใช้ในการสร้างความรู้ทางวิทยาศาสตร์
5) ความรทู้ างวทิ ยาศาสตรม์ ที งั้ ความเปน็ ปรนยั และอตั นยั ความเปน็ ปรนยั จะหมายถงึ ขน้ั ตอน
ของการตรวจสอบ หรือการมี peer review และการใช้กระบวนการสืบเสาะที่พยายามให้เกิดความเที่ยงตรง
ตรวจสอบได้ ลดความล�ำเอียง แต่อย่างไรก็ตามความเป็นอัตนัย หรือความเป็นอัตตา หรือความเช่ือ กรอบ
แนวคิด ทฤษฎี วัฒนธรรม สังคม ค่านิยม ท่ีมีอยู่ในตัวของนักวิทยาศาสตร์ก็มีอิทธิพลต่อการท�ำงานและ
การสร้างความรู้ทางวิทยาศาสตร์
ประเด็นของธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่นักเรียนควรเข้าใจและคิดว่าเป็นประเด็นส�ำคัญ
ท่ีตรงกันทั้งในหลักสูตรต่างประเทศ ในประเทศ และข้อเสนอของนักวิชาการเกี่ยวกับความเข้าใจธรรมชาติ
ของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ท่ีนักเรียนควรเข้าใจ คือ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สามารถเปล่ียนแปลงได้ อาศัย
หลักฐานเชิงประจักษ์ ท้ังนี้เน่ืองจากเป็นลักษณะของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ท่ีสะท้อนมาจากการสืบเสาะทาง
วิทยาศาสตร์น่ันเอง
3. ความเข้าใจทคี่ ลาดเคล่ือนเก่ียวกบั ธรรมชาติของวทิ ยาศาสตร์
จากการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาความเข้าใจธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และธรรมชาติของ
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ท้ังศึกษาจากนักเรียนและครูในระดับต่าง ๆ พบว่า นักเรียนและครูมีความเข้าใจท่ี
คลาดเคลื่อนเก่ียวกับธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ตัวอย่าง
ความคลาดเคล่ือนในประเด็นต่าง ๆ มีดังนี้ (Lederman, Abd-El-Khalick, Bell, and Schwartz, 2002;
Meichtry, 1999)
3.1 ความรทู้ างวทิ ยาศาสตรเ์ ปน็ ความจรงิ ทสี่ มบรู ณ์ ความรทู้ างวทิ ยาศาสตรแ์ นน่ อนไมเ่ ปลยี่ นแปลง
นักเรียนมักเข้าใจว่า ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะความรู้ที่เรียนในห้องเรียนหรือที่ปรากฏในหนังสือ
เรยี น เปน็ ความรทู้ นี่ กั วทิ ยาศาสตรค์ น้ พบความจรงิ และดำ� เนนิ การเสรจ็ สนิ้ การทำ� งานนน้ั มาแลว้ ในอดตี ดงั นนั้
การเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรเ์ ปน็ เพยี งการทำ� ความเขา้ ใจความรทู้ เ่ี ปน็ ความจรงิ และถกู ตอ้ ง ความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์
จงึ เปลยี่ นแปลงไมไ่ ด้ หรอื แมว้ า่ เปลยี่ นแปลงได้ นกั เรยี นจะยอมรบั วา่ มกี ารเปลย่ี นไปในลกั ษณะของการตอ่ ยอด
ความรู้ หรือลงในรายละเอียดของความรู้ เมื่อมีเครื่องมือหรือเทคโนโลยีมาช่วยขยายขอบเขตของการสังเกต
ของมนุษย์มากกว่า การเปล่ียนแปลงความรู้ในลักษณะของการคัดค้าน ปฏิเสธ หรือความรู้น้ันไม่ได้รับความ
น่าเช่ือถือในกลุ่มของนักวิทยาศาสตร์ เม่ือมีหลักฐานใหม่
3.2 ความเขา้ ใจคลาดเคลอ่ื นเกีย่ วกับประเภทของความรูท้ างวทิ ยาศาสตร์ ดังน้ี
1) ขอ้ เทจ็ จรงิ นกั เรยี นมกั เขา้ ใจวา่ ความรทู้ างวทิ ยาศาสตรท์ เี่ รยี นเปน็ ขอ้ เทจ็ จรงิ หรอื เปน็ ความ
จริง (truth) ครูควรจะย้ําให้นักเรียนเข้าใจว่าความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้เป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด ความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์มีหลายรูปแบบ และมีลักษณะเฉพาะของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ ข้อเท็จจริงทาง
วิทยาศาสตร์เป็นได้ท้ังส่ิงที่ได้มาจากการสังเกตในเหตุการณ์เฉพาะหรือสามารถสังเกตได้โดยตรงทั้งผ่าน
ประสาทสัมผัสและผ่านเครื่องมือที่ขยายขอบเขตของการสังเกตของมนุษย์ ท่ีอาจเรียกว่า เป็นความจริงเดี่ยว

