Page 57 - สัมมนาหลักสูตร และ การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์
P. 57
การเรียนรู้ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ 7-47
การพัฒนาการเรียนรู้และความเข้าใจของนักเรียนจากการวิจัยเกี่ยวกับการเรียนการสอนและการเรียนรู้
ธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในหลายทศวรรษที่ผ่านมา สรุปได้ว่าการจัดการเรียนรู้ธรรมชาติ
ของวิทยาศาสตร์ต้องชัดเจน มีความหมาย และเช่ือมโยงกับบริบทของการเรียนวิทยาศาสตร์ เชื่อมโยงกับ
การสอนแบบสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ และการใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แนวทางการจัดการ
เรียนรู้ ประกอบด้วย
4.1 เรียนรู้ธรรมชาติของความร้ทู างวทิ ยาศาสตรอ์ ยา่ งชดั เจน (Explicit) หมายถึง การเรียนรู้เกี่ยว
กับธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ต้องมีการอภิปรายและการสะท้อนลักษณะของความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์ เบลล์และคณะ (Bell et al., 2003) ระบุว่าจากการวิจัยนักเรียนสามารถเรียนรู้ธรรมชาติของ
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ได้ดีเม่ือมีการจัดการท่ีเฉพาะเจาะจง จึงจะท�ำให้ประสบผลส�ำเร็จ ความชัดเจนหรือ
เฉพาะเจาะจงในที่น้ี หมายถึง การจัดการเรียนรู้ที่มีเป้าหมายชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นของความรู้ทาง
วทิ ยาศาสตร์ โดยกำ� หนดทจี่ ดุ ประสงค์ กจิ กรรม และการวดั ประเมนิ ผลอยา่ งชดั เจนและเหมาะสม สอดคลอ้ ง
กับเน้ือหาความรู้วิทยาศาสตร์และวิธีการจัดการเรียนรู้
จากการวิจัยพบประเด็นสิ่งส�ำคัญว่าการจัดกิจกรรมท่ีนักเรียนได้ลงมือกระท�ำ (hands-on activi-
ties) ไม่ท�ำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ได้ดีนัก หรือแม้กระทั่งการจัด
กิจกรรมท่ีมีลักษณะของการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ก็ไม่ท�ำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ธรรมชาติของความรู้
ทางวิทยาศาสตร์ งานวิจัยหลายงานวิจัย (เช่น Bell, Blair, Crawford, & Lederman, 2003; Khishfe, and
Abd-El-Khalick, 2002) ท่ีได้ผลการวิจัยสอดคล้องกันว่า การจัดการเรียนรู้ที่มีความชัดเจนในประเด็นของ
ธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งมิติอ่ืน ๆ ของธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ (การสืบเสาะ และ
กิจการทางวิทยาศาสตร์) เป็นสิ่งส�ำคัญในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ท่ีมีประสิทธิภาพต่อการพัฒนาความ
เข้าใจเร่ืองธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์
4.2 เชื่อมโยงกบั บรบิ ท (Connect to Context) เบลล์เน้นว่าครูต้องระลึกไว้เสมอว่าการเรียนรู้แบบ
ชัดเจนหรือเฉพาะเจาะจงไม่ได้หมายความว่าเป็นการบอกประเด็นหรือแนวคิดของธรรมชาติของความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์โดยตรง นักเรียนไม่สามารถเข้าใจธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ได้ง่าย ๆ จากเพียงแค่
การบอกเล่าของครู หรือจากการอ่านแนวคิดเกี่ยวกับธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ แต่นักเรียนต้อง
เรียนรู้ลักษณะต่าง ๆ ของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ โดยผ่านประสบการณ์หรือกิจกรรมที่ออกแบบเพื่อเน้น
ประเดน็ ของธรรมชาตขิ องความรทู้ างวทิ ยาศาสตรโ์ ดยเฉพาะกจิ กรรมการเรยี นรแู้ บบสบื เสาะ บรบิ ททางสงั คม
ทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ของวิทยาศาสตร์ สามารถน�ำมาใช้เป็นบริบทในการท่ีจะส่งเสริมการเรียนรู้
แนวคิดของธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพ
4.3 เชอื่ มโยงกบั ทักษะกระบวนการ (Link to process skills) ในปัจจุบันยังไม่มีการจัดการเรียนรู้
เพียงวิธีการเดียวที่ถูกต้องต่อการเรียนรู้ธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ นักวิจัยหลายท่านเร่ิมแสดง
ให้เห็นว่าการเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติของความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
น่าจะเป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพเช่นกัน ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็นเรื่องที่ครู
วทิ ยาศาสตรค์ นุ้ เคยมากโดยเฉพาะครวู ทิ ยาศาสตรใ์ นระดบั ประถมศกึ ษา ทม่ี กั จะจดั กจิ กรรมทเ่ี นน้ การเรยี นรู้

