Page 68 - สัมมนาหลักสูตร และ การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์
P. 68

7-58 สัมมนาหลักสูตรและการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์

ในกลุ่มผู้ให้และผู้รับย่อมมีความแตกต่างกันไปตามจุดประสงค์ของการสื่อสาร นอกจากท้ังผู้ให้และผู้รับจะ
ต้องมีทักษะที่จ�ำเป็นที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร เพ่ือให้การสื่อสารเป็นไปตามจุดประสงค์

       ถ้าพิจารณาในประชาคมวิทยาศาสตร์การส่ือสารทางวิทยาศาสตร์สามารถมองได้ 2 มิติกว้าง ๆ คือ
การสื่อสารในสังคมหรือกลุ่มของนักวิทยาศาสตร์ รวมท้ังบุคคลท่ีเกี่ยวข้องกับการท�ำงานทางวิทยาศาสตร์
ด้วยกันเอง และการสื่อสารวิทยาศาสตร์ออกสู่สังคมภายนอกหรือการส่ือสารไปยังประชาชนหรือกลุ่มบุคคล
อ่ืนท่ัวไป จุดประสงค์ของการส่ือสารภายในประชาคมวิทยาศาสตร์เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อความรู้ หลักฐาน
การตรวจสอบซึ่งกันและกันเพื่อให้เกิดมาตรฐานและคุณภาพของผลงาน ส�ำหรับการสื่อสารไปยังสังคมอื่น
หรือบุคคลอื่นท่ัวไปมีวัตถุประสงค์ได้หลายประการข้ึนอยู่กับว่าสื่อสารไปยังกลุ่มใด เช่น เพื่อสร้างความ
ตระหนัก หรือเพ่ือการแสดงความคิดเห็น เป็นต้น

       2.2 	ประเภทของการส่ือสารทางวิทยาศาสตร์ การส่ือสารมีความแตกต่างกันทั้งผู้รับสาร ตัวสาร
วิธีการส่งสาร การส่ือสารทางวิทยาศาสตร์มีรูปแบบของการส่ือสารข้ึนอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการแบ่ง (ศศิเทพ
ปิติพรเทพิน, 2557) ตัวอย่างเช่น

            2.2.1 แบ่งตามเกณฑ์จ�ำนวนผู้รับสาร แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่
                1) 	การสอื่ สารภายในบคุ คล (personal communication) เปน็ การสอื่ สารทเ่ี กดิ ภายในคน

คนเดยี ว เกดิ จากการมปี ฏสิ มั พนั ธก์ บั แหลง่ ขา่ วสารแลว้ เกดิ การสอ่ื สารทางความคดิ ภายในตนเอง เชน่ บคุ คล
คนหน่ึงมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการบริโภคพืชที่ตัดต่อพันธุกรรม

                2) 	การสื่อสารระหว่างบุคคล (interpersonal communication) การส่ือสารระหว่าง
คนต้ังแต่สองคนข้ึนไป เป็นลักษณะของการส่ือสารแบบตัวต่อตัว ผู้ส่งสารและรับสารมีโอกาสแลกเปล่ียน
บทบาทในการสอื่ สาร ตวั อยา่ งเชน่ นกั วชิ าการเกษตรอธบิ ายผลกระทบของการเผาตอซงั ฟางขา้ วใหช้ าวบา้ นฟงั

                3) 	การส่ือสารกลุ่มใหญ่ (large group communication) เป็นการสื่อสารของผู้ส่งสาร
ไปยังกลุ่มบุคคลจ�ำนวนมากในเวลาและสถานท่ีเดียวกัน แต่ผู้ส่งสารและรับสารมีโอกาสน้อยมากในการ
แลกเปลี่ยนขา่ วสาร การสื่อสารขอ้ มลู สว่ นใหญ่ผูกขาดอยูท่ ี่ผสู้ ง่ สาร เช่น ผู้เชยี่ วชาญดา้ นมะเรง็ อธบิ ายความรู้
ให้แก่ผู้สนใจ

                4) 	การสื่อสารในองค์กร (organizational communication) เป็นการสื่อสารอย่างเป็น
ทางการของสมาชิกในองค์กร หรือหน่วยงาน ผู้ส่งสารจะมีหน้าท่ี หรืออ�ำนาจในการส่ือสารหลดหล่ันกันไป
หลายข้ัน และใช้เวลานานกว่าสารจะไปถึงผู้รับสารในท�ำนองเดียวกันปฏิกิริยาตอบกลับจากผู้รับสารไปยัง
ผู้ส่งสารก็ใช้เวลานาน เช่น การส่ือสารของบุคลากรในศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติ

                5) 	การส่ือสารมวลชน เป็นการสื่อสารท่ีต้องใช้ส่ือน�ำสารไปยังผู้รับสารจ�ำนวนมากใน
คราวเดียวกัน การตอบสนองเป็นไปได้ช้าและยากกว่าการส่งสารแบบอ่ืน ๆ เช่น การสื่อสารจากนักข่าวผ่าน
โทรทัศน์ หรือวิทยุ

            2.2.2 แบ่งตามเกณฑ์ปฏิกิริยาตอบสนอง แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
                1) 	การส่ือสารทางเดียว (one-way communication) เป็นการสื่อสารจากผู้ส่งสาร

ไปยังผู้รับสาร โดยผู้รับสารไม่มีโอกาสแสดงปฏิกิริยาตอบสนองหรือสะท้อนกลับได้หลังจากรับสาร เช่น
นักวิทยาศาสตร์ส่งข่าวผลการวิจัยเผยแพร่เป็นส่ิงพิมพ์ไปยังสถาบันการศึกษาต่าง ๆ
   63   64   65   66   67   68   69   70   71   72   73