Page 70 - สัมมนาหลักสูตร และ การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์
P. 70

7-60 สัมมนาหลักสูตรและการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์

เรื่องที่ส�ำคัญมาก เพราะนักวิทยาศาสตร์ในช่วงคร่ึงหลังของศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา มีบทบาทมากขึ้นในการ
ตัดสินใจด้านการเมืองและนโยบาย รวมท้ังการสื่อสารไปยังกลุ่มคนที่ไม่ใช่แวดวงวิทยาศาสตร์ (Bell and
Lederman, 2003)

       กิจการทางวิทยาศาสตร์ เป็นประเด็นส�ำคัญท่ีนักเรียนควรมีความเข้าใจได้อย่างถูกต้องเป็นไปตาม
เป้าหมายของหลักสูตรและเป็นไปตามการท�ำงานของนักวิทยาศาสตร์ในชีวิตจริง กิจการทางวิทยาศาสตร์ใน
ความหมายที่กว้างครอบคลุมตลอดท้ังกระบวนการท�ำงานของนักวิทยาศาสตร์ เร่ิมต้ังแต่การสืบเสาะทาง
วิทยาศาสตร์ การพฒั นาความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์ และการสอื่ สารความรทู้ างวทิ ยาศาสตรส์ สู่ าธารณชน ในเรอ่ื งน้ี
จะกล่าวถึง ลักษณะของกิจการทางวิทยาศาสตร์ท่ีเป็นเป้าหมายของหลักสูตรที่ปรากฏในการจัดการเรียนรู้
ที่เก่ียวข้องกับธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ และแนวทางการจัดการเรียนรู้กิจการทางวิทยาศาสตร์

1. 	กิจการทางวิทยาศาสตรใ์ นหลักสูตร

       กิจการทางวิทยาศาสตร์เป็นหนึ่งในสามองค์ประกอบของธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ใน Bench-
marks for Science Literacy ของสมาคมครวู ทิ ยาศาสตรส์ หรฐั อเมรกิ า (AAAS, 1993) โดยกลา่ วถงึ กจิ การ
ทางวิทยาศาสตร์ ว่าเป็นกิจกรรมที่มีหลายมิติ เป็นทั้งรายบุคคล สังคม และสถาบัน มีความส�ำคัญมาก
เนื่องจากท�ำให้เกิดความแตกต่างระหว่างอดีตและปัจจุบันเป็นอย่างมาก โดยระบุถึงกิจการทางวิทยาศาสตร์
ไว้ดังน้ี

       1) 	วทิ ยาศาสตรเ์ ปน็ กจิ กรรมทางสงั คมทซี่ บั ซอ้ น (science is a complex social activity) กล่าวคือ
วิทยาศาสตร์เป็นกิจกรรมที่อยู่ภายใต้ระบบสังคมของมนุษย์เกี่ยวข้องกับบุคคลหลากหลาย ทั้งชายและหญิง
ทุกเช้ือชาติ สัญชาติและด�ำเนินการหลายอย่างทั่วโลก ดังนั้น กิจกรรมทางวิทยาศาสตร์จึงอาจได้รับการ
สนับสนุนหรือถูกขัดขวางด้วยปัจจัยต่าง ๆ ทางสังคม เช่น ประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรม ค่านิยมหรือ
สถานะทางสังคม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือการศึกษาเก่ียวกับการโคลนน่ิง (cloning) ซึ่งในเชิงวิทยาศาสตร์
แล้วเป็นสิ่งที่น่าสนใจและมีประโยชน์แต่ในเชิงสังคมแล้วเป็นสิ่งท่ีก่อให้เกิดข้อโต้แย้ง (controversy) อย่าง
กวา้ งขวางจนทำ� ใหก้ ารศกึ ษาในเรอื่ งดงั กลา่ วหยดุ ชะงกั ลง รวมทงั้ สงั คมและวฒั นธรรมกเ็ ปน็ ตวั ก�ำหนดทศิ ทาง
ของการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และโครงสร้างของการศึกษาวิจัยก็อยู่ในรูปของคณะกรรมการเพื่อสนับสนุน
ทุนวิจัยต่าง ๆ การท�ำงานของนักวิทยาศาสตร์บางคร้ังอาจเป็นการท�ำงานเพื่อตอบสนองทางด้านเศรษฐกิจ
การค้าและการลงทุน เช่น การค้นคว้าท่ีเก่ียวข้องกับการจ�ำหน่าย ผลประโยชน์ของการใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
เป็นต้น

       2) 	วิทยาศาสตร์แตกแขนงเป็นสาขาต่าง ๆ และมีการด�ำเนินการในหลายองค์กร (science is
organized into content disciplines and is conducted in various institutions) กล่าวคือ กิจกรรมทาง
วิทยาศาสตร์เป็นการรวบรวมความรู้ท่ีหลากหลายของศาสตร์สาขาต่าง ๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันในด้าน
ประวัติศาสตร์ ปรากฏการณ์ท่ีศึกษา เป้าหมายและเทคนิควิธีการที่ใช้การท�ำงานที่แยกออกเป็นสาขาต่าง ๆ
มีประโยชน์ในการจัดโครงสร้างการท�ำงานและข้อค้นพบ แต่แท้ท่ีจริงแล้วไม่มีเส้นแบ่งหรือขอบเขตระหว่าง
สาขาต่าง ๆ โดยส้ินเชิงดังจะเห็นได้จากสาขาใหม่ ๆ ท่ีเกิดข้ึนที่แสดงถึงการเช่ือมโยงระหว่างสาขา เช่น ฟิสิกส์
   65   66   67   68   69   70   71   72   73   74   75