Page 48 - ทฤษฎีและแนวปฏิบัติในการบริหารการศึกษา หน่วยที่ 6
P. 48
6-38 ทฤษฎีและแนวปฏิบัติในการบริหารการศึกษา
เรือ่ งท่ี 6.3.3 ตัวแบบการตดั สนิ ใจแบบค อ่ ยเป็นค อ่ ยไ ป
1. กำ�เนดิ ข องต วั แ บบ
ตัวแ บบก ารต ัดสินใจแ บบค ่อยเป็นค ่อยไปห รือก ลยุทธก์ ารเปรียบเทียบข ้อจ ำ�กัดอ ย่างต ่อเนื่อง (The
Incremental Model: A Strategy of successive limited comparisons) มีจ ุดก ำ�เนิดมาจ ากข ้อจำ�กัด
ของตัวแบบการตัดสินใจทางการบริหารที่แม้จะมีความเหมาะสมต่อการปฏิบัติมากก็ตาม แต่ในบางกรณีที่
ไม่อาจกำ�หนดทางเลือกให้ชัดเจนและไม่อาจคาดหมายผลที่จ ะได้รับได้ การนำ�ตัวแบบการตัดสินใจทางการ
บริหารดังกล่าวมาใช้จะมีข้อจำ�กัดอยู่มาก ตัวอย่างเช่น หากต้องการพิจารณาว่ากิจกรรมใหม่ของโรงเรียน
กิจกรรมใดท ี่ส มควรได้ร ับก ารจ ัดสรรท รัพยากรเพิ่มข ึ้นค ำ�ตอบต ่อป ัญหาด ังก ล่าว อาจห าได้โดยก ารพ ิจารณา
เพียงทางเลือกที่ให้ผลแตกต ่างไปจ ากส ภาพท ี่เป็นอ ยู่
ชาร์ลส์ ลินด์บลอม (Charles Lindblom) ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับตัวแบบการตัดสินใจนี้ขึ้นมา
ซึ่งเขาเรียกวิธีการตัดสินใจนี้ว่าเป็น “ศาสตร์ของการคลี่คลายความยุ่งยาก” (the science of muddling
through) โดยเขามีความเห็นว่า ตัวแบบการตัดสินใจนี้อาจเป็นแนวทางเดียวที่เป็นไปได้ในการตัดสินใจ
อย่างเป็นระบบ เมื่อเรื่องที่ต้องตัดสินใจมีความหลากหลายสับสน และไม่แน่นอน และมีความขัดแย้งสูง
(Hoy and Miskel, 1991: 314)
2. ความเชอื่ พ น้ื ฐาน
ตัวแบบนี้มีความเชื่อพื้นฐานว่าการเปลี่ยนแปลงที่มีเพิ่มขึ้นทีละน้อยๆ จะไม่ก่อให้เกิดผลทางลบ
ต่ออ งค์การ
3. ลักษณะส�ำ คญั
ตัวแ บบการต ัดสินใจนี้มีลักษณะสำ�คัญ 2 ประการ คือ
3.1 ไม่มีการกำ�หนดวัตถุประสงค์ ตัวแบบการตัดสินใจนี้จะไม่มีการกำ�หนดวัตถุประสงค์ขึ้นก่อน
การกำ�หนดวัตถุประสงค์และทางเลือกจะเป็นกิจกรรมท ี่ด ำ�เนินไปพ ร้อมๆ กับการต ัดสินใจเกี่ยวกับแ นวก าร
ปฏิบัตจิ ะเกดิ ข ึน้ เมื่อไดพ้ ิจารณาท างเลอื กแ ละผ ลท จี่ ะไดร้ บั แ ลว้ ยิ่งป ัญหาท ีน่ ำ�มาพ ิจารณาม คี วามส ับสนห ลาก
หลายย ิ่งข ึ้นเท่าใด กย็ ิ่งเป็นไปไดม้ ากข ึ้นเท่านั้นท ีจ่ ะต ้องม กี ารเปลี่ยนแปลงว ัตถุประสงคเ์พื่อใหไ้ดแ้ นวทางแ ก้
ปัญหาท ีเ่หมาะส ม ดว้ ยเหตนุ กี้ ารต ัดสินใจต ามต วั แ บบน ีจ้ ะม พี ืน้ ฐ านอ ยูท่ ีใ่ชก้ ารพ ิจารณ าค ่าค วามแ ตกต า่ งข อง
ทางเลือกมากกว่าการใช้วัตถุประสงค์ที่ก ำ�หนดไว้ก่อน
ตัวแบบการตัดสินใจนี้จะพิจารณาแต่เพียงทางเลือกที่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่มากที่สุด
เท่านั้น โดยวิเคราะห์แต่เพียงความแตกต่างระหว่างสภาพที่เป็นอยู่ (สภาพปัจจุบัน) กับผลที่ต้องการได้รับ
และจะไม่สนใจในผลได้ที่อยู่นอกเหนือขอบเขตการตัดสินใจแคบๆ ของผู้ตัดสินใจ กรณีเช่นนี้จะลดความ
หลากหลายสับสนลงเป็นอย่างมากและสามารถน ำ�ไปป ฏิบัติได้