Page 51 - ทฤษฎีและแนวปฏิบัติในการบริหารการศึกษา หน่วยที่ 2
P. 51

ทฤษฎีระบบ 2-41

ตารางที่ 2.2 ตัวแบบประสิทธผิ ลขององค์การ

            มิตจิ ำ�แนกตามหนา้ ที่                             ดชั นี
การปรับตัว (A)
                                            - 	 ความสามารถในการปรับตัว
การดำ�เนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ (G)  - 	 นวัตกรรม
                                            - 	 ความเจริญงอกงาม
การบูรณาการ (I)                             - 	 พัฒนาการ
                                            - 	 ผลสัมฤทธิ์
การรักษาแบบแผน (L)                          - 	 คุณภาพ
                                            - 	 ความสามารถในการแสวงหาทรัพยากร
                                            - 	 ประสิทธิภาพ
                                            - 	 ความพึงพอใจ
                                            - 	 บรรยากาศ
                                            - 	 การสื่อสาร
                                            - 	 ความขัดแย้ง
                                            - 	 ความจงรักภักดี
                                            - 	 ความสนใจในศูนย์รวมของชีวิต
                                            - 	 แรงจูงใจ
                                            - 	 ความรู้สึกผูกพัน

ที่มา: 	W ayne K. Hoy and Cecil G. Miskel. (1991) Educational Administration: Theory, Research and Practice.
     Singapore: McGraw-Hill, p. 383.

       นักวิจัยสามารถใช้ตัวแบบนี้ เป็นกรอบในการวิจัยประสิทธิผลของสถาบันการศึกษา เช่น โรงเรียน
วิทยาลัย และมหาวิทยาลัย ขอให้สังเกตว่า บทความนี้มีมิติเวลาเกี่ยวข้องด้วย การศึกษาประสิทธิผลของ
โรงเรียนในระยะสั้นและระยะยาวย่อมแตกต่างกัน การเลือกตัวบ่งชี้จึงแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม เพื่อให้
ได้ภาพรวมของประสิทธิผล ผู้วิจัยควรจะเลือกดัชนีให้ครบทั้ง 4 ประเภท ตัวอย่างเช่น ผู้ที่สนใจศึกษา
ประสิทธิผลของโรงเรียนในระยะสั้น (short-term) หรือระยะกลาง (internediate-term) จากทรรศนะของ
นักศึกษาอาจจะเลือกตัวบ่งชี้ ดังนี้ เลือกนวัตกรรมจาก A เลือกผลสัมฤทธิ์จาก G เลือกความพึงพอใจของ
นักเรียนจาก I เลือกความรู้สึกผูกพันกับโรงเรียนจาก L ดัชนีทั้ง 4 ตัวนี้เป็นตัวบอกระดับของประสิทธิผล
ของโรงเรียน ผู้สนใจเรื่องนี้ ควรศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือการบริหารการศึกษาของฮอย และมิสเกล (Hoy
and Miskel, 1991: 382-383)
   46   47   48   49   50   51   52   53   54   55   56