Page 17 - การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาไทย
P. 17
กลวิธีเพื่อการเรียนการสอนการฟังในระดับประถมศึกษา 4-7
เร่อื งท่ี 4.1.1 ความหมายของการฟงั และการไดย้ ิน
ความหมายของการฟังและการได้ยิน เป็นสิ่งจำ�เป็นที่ผู้สอนภาษาไทยต้องมีความเข้าใจที่ถูกต้อง
ตรงกันเพราะจะส่งผลต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะการฟัง การรู้และเข้าใจความ
หมายที่ถูกต้องจะทำ�ให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการได้อย่างสมบูรณ์
1. ความหมายของการฟัง
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายของคำ� “ฟัง” ซึ่งเป็นคำ�กริยา ว่า
“ตั้งใจสดับ คอยรับเสียงด้วยหู ได้ยิน” (2546: 811)
จากการนยิ ามความหมายของคำ� “ฟงั ” ในพจนานกุ รมจงึ หมายถงึ “ตัง้ ใจ” สดบั หรอื รบั รู้ ดว้ ยหหู รอื
ทางหู แสดงให้เห็นว่า “ฟัง” เกิดขึ้นจากความ “ตั้งใจ” และหรือ “ตั้งใจรอคอย” ส่วนคำ� “ได้ยิน” นั้น นิยาม
ไว้เพียงว่า เป็นการ “รับรู้เสียง” หรือ “รู้เสียง” ด้วยหูหรือทางหู ซึ่งเกิดขึ้นโดยไม่มี “ความตั้งใจ” เพียงเท่า
นี้ก็พอมองเห็นความแตกต่างของคำ�ทั้ง 2 คำ�ดังกล่าวนี้ได้แล้ว
นอกจากนี้นิยามของการฟังยังกล่าวถึง “หู” ที่ใช้เป็นเครื่องรับหรือรับรู้เสียง แสดงให้เห็นชัดว่า
การฟังต้องอาศัยอวัยวะส�ำ คญั คอื หู แตต่ ้องเปน็ หทู ีม่ ีประสาทสัมผัสในการรบั เสียงทีเ่ รียกว่า “โสตประสาท”
ซึ่งมีความสำ�คัญยิ่งเพราะหากมีแต่ใบหู ช่องหู รวมทั้งกระดูกอ่อน รูปค้อน ทั่ง โกลน และแก้วหู ในช่องหูแต่
โสตประสาทไม่ทำ�งานที่เรียกว่า หูหนวก “การฟัง” ก็เกิดขึ้นไม่ได้
ในกรณีที่หูมีโสตประสาททำ�หน้าที่เป็นปกติ โสตประสาทก็จะทำ�หน้าที่รับเสียง หากแต่การได้รับ
เสียงนั้นปรากฏในสองลักษณะคือการได้ยินและการฟังซึ่งแตกต่างกัน
การฟัง หมายถึงการได้ยินอย่างรู้เรื่อง และเข้าใจความหมายของเสียงที่ได้ยินตรงตามจุดประสงค์
หรือเจตนาของผู้เปล่งเสียงส่งสารนั้น มีการใช้สมาธิและความตั้งใจที่จะจำ�ประเด็นของสิ่งที่ได้ยิน
การฟัง เป็นกระบวนการร่วมกันระหว่างการรับรู้และความรู้ทางภาษา หมายถึง การที่เราได้ยิน
เสียงพูดแล้วรู้เรื่อง เข้าใจ ตลอดจนสามารถแยกแยะประเด็นของเรื่อง จับใจความ ตีความ และวิเคราะห์
สารที่ฟัง และในขั้นสูงขึ้นไป การฟังยังหมายถึง การใช้วิจารณญาณพิจารณาว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นควรเชื่อหรือไม่
และพยายามจดจำ�สิ่งที่เราเห็นว่าเป็นประโยชน์ ซึ่งเป็นกระบวนการทางความคิดนั่นเอง
การฟัง คือ พฤติกรรมการใช้ภาษาที่เกิดขึ้นภายในตัวบุคคลของบุคคลหนึ่ง หลังจากได้ยินเสียงพูด
หรือเสียงอ่าน ซึ่งเป็นพฤติกรรมการใช้ภาษาภายนอกตัวบุคคลจากอีกบุคคลหนึ่ง เมื่อเสียงนั้นมากระทบ
โสตประสาทของผู้รับ คือ ผู้ฟัง แล้วผู้ฟังก็จะนำ�เสียงพูดเหล่านั้น เข้าสู่กระบวนการทางสมอง คือ การคิด
ด้วย การแปลความ ตีความจนเกิดความเข้าใจ ทั้งนี้ถ้าเสียงดังกล่าวเป็นเสียงในภาษาเดียวกันของทั้ง
ผู้พูดและผู้ฟัง การฟังก็จะเกิดผลได้ง่าย ถูกต้องและชัดเจน (ปรีชา ช้างขวัญยืน 2525: 4-15)

