Page 22 - การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาไทย
P. 22

4-12 การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาไทย

       8) 	การฟังช่วยยกระดับจิตใจให้คนมีความเป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้นได้เช่น การฟังพระธรรมเทศนา
       9) 	การฟังสามารถสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกันได้
       10)	การฟังเป็นพฤติกรรมที่เป็นเครื่องสะท้อนและยืนยันความงาม ความไพเราะของภาษาไทย
อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่ายิ่งของชาติ เช่น การฟัง การขับเห่กล่อมหรืออ่านบทร้อยกรองทำ�นอง
เสนาะ เป็นต้น
       ความสำ�คัญของการฟังที่นักการศึกษาต่างประเทศได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจ เช่น เจมส์ แอล บราวน์
(Jammes L. Brown, 1984: 80) อ้างถึงใน วิลเลียม วิมุกตายน 2531: 8) ได้กล่าวว่า การฟังเป็นทักษะแรก
ที่เกิดตามธรรมชาติและเป็นพื้นฐานที่จะพัฒนาความสามารถในทักษะอื่น คือ ทักษะการพูด การอ่าน และ
การเขียน หากบุคคลใดมีความสามารถในการฟังสูง ความสามารถในทักษะอื่นก็จะสูงไปด้วย

4. 	ความส�ำ คญั ของการฟังกบั ผูเ้ รียนในระดับประถมศกึ ษา

       นอกจากนี้สมิต (Smith, 1973: 72 อ้างถึงใน วิลเลียม วิมุกตายน 2531: 9) ได้สรุปใจความสำ�คัญ
ของการฟังที่เกี่ยวข้องกับผู้เรียนในระดับประถมศึกษาไว้ ดังนี้ คือ

       1) 	เด็กในชั้นประถมศึกษาเรียนรู้รายละเอียดต่างๆ จากการฟัง ถ้าเราสอนฟังโดยตรงก็จะสามารถ
พัฒนาคุณภาพการเรียนของเด็กได้

       2) 	เด็กตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรียนรู้โดยตรงทันทีจากการฟังได้ดีกว่าจาก
การอ่าน เพราะเด็กในระดับขั้นต้นๆ นี้ยังไม่มีทักษะการอ่านมากพอที่จะอ่านเอาความ ครูจึงควรให้ความ
สำ�คัญกับการสอนฟังในฐานะที่เป็นทักษะภาษาเช่นเดียวกับการอ่าน

       3) 	เด็กเรียนช้ามิได้หมายความว่าจะต้องด้อยในการฟังไปด้วย ดังนั้น การฟังจึงเป็นวิธีการที่ดีที่จะ
สอนเด็กเรียนช้า

       4) 	ความสามารถในการฟังของเด็กชายและเด็กหญิง ในทุกระดับชั้นตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงประถม
ศึกษาปีที่ 6 ไม่แตกต่างกัน

       จากแนวคิดของสมิตดังสรุปข้างต้น นอกจากจะเน้นให้เห็นความสำ�คัญของการฟังแล้ว ยังจะช่วย
ให้ผู้สอนในระดับประถมศึกษาได้ข้อคิดสำ�หรับเป็นแนวทางไปจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เกี่ยวกับ
การพัฒนาทักษะการฟังได้ดีอีกด้วย

       จะเห็นได้ว่าการฟังมีความสำ�คัญยิ่ง มีผลงานวิจัยซึ่งยืนยันได้ดีว่า การฟังเป็นกระบวนการรับสาร
ที่มนุษย์ใช้กันมากที่สุดในชีวิตประจำ�วัน โดยพบว่านักเรียนประถมศึกษาใช้เวลาในการฟังโดยเฉลี่ยร้อยละ
57.5 จากเวลาที่ใช้ในการเรียนทั้งหมด ในขณะที่การพูด การอ่าน และการเขียน มีอัตราส่วนเวลาที่ใช้น้อย
ลงเป็นลำ�ดับ นอกจากนี้น่าสังเกตว่า ค่าเฉลี่ยของเวลาที่ใช้ในการฟังดังกล่าว เยาวชนในวัยศึกษาเล่าเรียน
ได้ใช้เวลากับการฟังอย่างไร ฟังสิ่งใดมากฟังสิ่งใดน้อย และการฟังในทุกครั้งได้มีการคิดเข้ามาเกี่ยวข้อง
หรือไม่ เพียงใด หรือฟังเพื่อวัตถุประสงค์ใดเป็นสำ�คัญ ซึ่งผู้สอนต้องตระหนักถึงความสำ�คัญในเรื่องนี้เป็น
อย่างมาก และพยายามจัดบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาทักษะการฟังแก่ผู้เรียนให้เกิด
สัมฤทธิผลอย่างสูงสุด
   17   18   19   20   21   22   23   24   25   26   27