Page 19 - การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาไทย
P. 19

กลวิธีเพื่อการเรียนการสอนการฟังในระดับประถมศึกษา 4-9

เรอื่ งท่ี 4.1.2 ความส�ำ คญั ของการฟัง

       การถ่ายทอดภูมิปัญญาในแบบมุขปาฐะของคนไทยในช่วงเวลาที่ยาวนานของอดีตกาลนั้น ผู้รับ
การถ่ายทอดภูมิปัญญาดังกล่าวใช้วิธีการ “ฟัง” เป็น “หลัก” ในการรับการถ่ายทอดหรือถ่ายโอนภูมิปัญญา
เหล่านั้น และภูมิปัญญาทั้งหลายก็ได้ส่งต่อกันมาหลายช่วงจากบรรพชนจนถึงรุ่นลูกหลานในปัจจุบัน โดย
อาศัยเพียงการฟังมาอย่างเดียวก็ไม่ใช่น้อย

       สิ่งที่สะท้อนให้เห็นบทบาทหน้าที่ของการฟังว่ามีความสำ�คัญมาแต่อดีตก็คือคนรุ่นเก่าสามารถจดจำ�
สิ่งที่ได้ฟังมาแล้วนำ�ไปใช้ในการดำ�เนินชีวิต สร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าให้แก่ประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง
คนไทยในอดีตจึงสั่งสอนลูกหลานให้เรียนรู้เป็นคนเก่งคนดีด้วยวลีที่เรียกว่าเป็น “หัวใจนักปราชญ์” ที่นำ� 
“การฟัง” มาเป็นหลักเริ่มต้นของการเรียนรู้ แต่ให้ตามด้วย “การคิด” “การถาม (ให้ได้คำ�ตอบที่ชัดเจน)”
และ “การเขียน (เพื่อบันทึกช่วยจำ�ไว้อีกชั้นหนึ่ง) ” ที่เรียกคำ�ย่อกันติดปากว่า “สุ จิ ปุ ลิ” ซึ่งมาจากคำ�เต็ม
ในภาษาบาลีว่า “สุ” คือ “สุต” (สุ-ตะ) หมายถึง ฟัง, “จิ” คือ “จินต” (จิน-ตะ) หมายถึง คิด, “ปุ” คือ “ปุจฉา”
(ปุด-ฉา) หมายถึง ถาม และ “ลิ” คือ “ลิขิต” (ลิ-ขิด) หมายถึง เขียน นั่นเอง นอกจากนี้ผู้ที่ฟังมามาก
จะได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีความรอบรู้น่าศรัทธาเลื่อมใสและยกย่องว่าเป็น “พหูสุต” หรือ “พหูสูต” ด้วย

       ในปัจจุบัน การฟัง มีบทบาทน้อยลงไป ดังที่ ปรีชา ช้างขวัญยืน (2525, คำ�นำ�) กล่าวว่า “บทบาท
ของการหาความรู้ด้วยการฟังเปลี่ยนไปจากเดิม คือ เปลี่ยนจากการฟังเพื่อจดจำ�ความรู้ มาเป็นการฟังเพื่อ
เข้าใจความคิดความเห็นต่างๆ เป็นสำ�คัญ การฟังเพื่อจดจำ�มีบทบาทน้อยลงกว่าแต่ก่อนมาก” และอาจเป็น
เพราะความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องทางเทคโนโลยีการพิมพ์ จึงทำ�ให้ “การอ่าน” มีบทบาท
มากกว่าการฟังอย่างเห็นได้ชัด แต่ตามความจริงการฟังยังมีความจำ�เป็นต้องใช้เพื่อการดำ�เนินชีวิต ใช้สื่อสาร
ในชีวิตประจำ�วัน โดยเฉพาะใช้ในการเรียนรู้ ด้วยเหตุนี้กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จึงยังควร
ให้ความสำ�คัญกับการฟังให้มากเช่นเดิมในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือกลุ่มสาระการเรียน
รู้ภาษาไทย

1. 	ความส�ำ คญั ของการฟังต่อการพูด

       การฟังเป็นทักษะทางภาษาอันดับแรกที่มนุษย์ได้เรียนรู้และฝึกฝนมาแต่แรกเกิดตามสัญชาตญาณ
มนษุ ย์ที่รูจ้ ักสรา้ งสรรคภ์ าษาขึ้นมาเพือ่ ใชส้ ือ่ สารระหวา่ งกนั ทั้งยังเป็นรากฐานต่อการเรยี นรู้และฝกึ ฝนทกั ษะ
ทางภาษาอื่นๆ ทั้งการพูด การอ่านและการเขียน กล่าวคือ มนุษย์ใช้การฟังเพื่อเรียนรู้ฝึกฝนการพูดเป็น
อันดับแรกดังจะพบได้ว่าบุคคลที่มีความปกติของโสตประสาทมาแต่เกิด เมื่อเติบโตมีอายุประมาณ 1-2 ปี ก็
จะสามารถพูดได้ การพูดได้ในระยะนี้เกิดจากความพยายามเลียนเสียงที่ได้ยินจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว โดย
พูดเป็นภาษาเดียวกับที่ได้ยินจากการพูดคุยกันของพ่อแม่และบุคคลแวดล้อม การพูดได้ชัดเจนถูกต้องมาก
นอ้ ยเพยี งใดขึน้ อยูก่ บั ตน้ แบบของเสยี งทีไ่ ดย้ นิ เปน็ หลกั การทีพ่ อ่ แมแ่ ละบคุ คลแวดลอ้ มออกเสยี งพดู ชดั เจน
   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24