Page 39 - การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาไทย
P. 39
กลวิธีเพื่อการเรียนการสอนการฟังในระดับประถมศึกษา 4-29
เรือ่ งที่ 4.2.4 การฟงั กับกระบวนการทางสงั คม
การฟังที่ดีเป็นกระบวนการสื่อสารที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ในด้านที่ผู้ฟังนำ�
ความรู้ ข้อคิดต่างๆ ไปใช้ โดยตัวผู้ฟังเองได้รับผลดีจากการปฏิบัติ และสังคมได้ประโยชน์ทางอ้อม ทั้งเป็น
ที่ยอมรับกันว่าการฟังอย่างมีประสิทธิภาพทำ�ให้ผู้ฟังได้รับความรู้และความเพลิดเพลิน ซึ่งเป็นการเพิ่มพูน
สติปัญญาได้อย่างแท้จริง สังคมก็จะมีพัฒนาการอย่างรวดเร็วและมีคุณภาพส่งผลให้ประเทศชาติเจริญ
ก้าวหน้าได้อย่างยั่งยืน
บทบาทของการฟงั ในสังคม
การฟังมีบทบาทในสังคมต่อเนื่องมาโดยตลอด มีการศึกษาทดลองวิธีการเพื่อพัฒนาทักษะการฟัง
อย่างเป็นระบบ จนกลายเป็นวิทยาการที่ต้องเรียนรู้และฝึกฝนอย่างจริงจัง แม้ว่าในปัจจุบันจะมีความเจริญ
กา้ วหนา้ ทางดา้ นวทิ ยาการและเทคโนโลยใี นการรบั สารดว้ ยการอา่ น มกี ารผลติ สือ่ สิง่ พมิ พท์ ีท่ นั สมยั ตลอดจน
การใช้คอมพิวเตอร์อย่างแพร่หลายแล้วก็ตาม แต่การสื่อสารของบุคคลในสังคม ยังคงต้องอาศัยการรับสาร
ด้วยการฟังเช่นเดิม การฟังจึงยังคงมีความสำ�คัญและจำ�เป็นที่บุคคลในสังคมต้องใช้อยู่ในปัจจุบัน
บุคคลอาศัยการฟังเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวตั้งแต่แรกเกิดและใช้มาตลอดชีวิต ตั้งแต่การฟังและ
เลียนเสียงพูดพ่อแม่และบุคคลรอบข้างในวัยเด็ก จนถึงการฟังในกระบวนการสื่อสารที่ซับซ้อนขึ้นเมื่อเติบโต
เป็นผู้ใหญ่ การฟังช่วยให้การเรียนรู้ของบุคคลขยายวงกว้างขวางออกไป ทั้งยังแป็นส่วนเสริมและสนับสนุน
การเรียนรู้จากวิธีการอ่านและวิธีอื่นๆ จากการศึกษาปริมาณการฟังของบุคคลที่ใช้แต่ละวัน พบว่าใช้เวลาไป
กับการฟังมากกว่าทักษะอื่นๆ ซึ่งจากการศึกษาวิจัยของไทยและต่างประเทศพบว่าในแต่ละวันบุคคลใช้เวลา
สื่อสารด้วยการฟังคิดเป็นร้อยละสูงกว่าการอ่าน การเขียน และการพูด หรือเป็นอัตราส่วนราวๆ หนึ่งในสาม
ของวิธีการสื่อสารทั้งหมด ดังได้กล่าวไว้แล้วในเรื่องที่ 4.1.2 ความสำ�คัญของการฟัง
มีข้อสังเกตที่น่าสนใจอยู่อย่างหนึ่งในเรื่องการฟังคือ คนทั่วไปมีความคิดว่า ทุกคนรู้จักการฟังมา
ตั้งแต่เกิด การฟังเป็นเรื่องธรรมชาติ การฟังเป็นทักษะการรับสารที่ทุกคนมีและสามารถฟังตามจุดมุ่งหมาย
ใดๆ ก็ได้ ตามความต้องการของตนไม่จำ�เป็นต้องฝึกฝนอย่างจริงจังเหมือนกับการอ่านและการเขียน มุม
มองเช่นนี้ทำ�ให้บุคคลส่วนมากเข้าใจว่าทักษะการฟังไม่จำ�เป็นต้องฝึกฝน จึงละเลยการพัฒนาสมรรถภาพใน
การฟัง ทำ�ให้การฟังบกพร่อง และมีผลให้กระบวนการรับสารขาดความสมบูรณ์ การเรียนรู้จึงเกิดได้ไม่เต็ม
ที่ ซึ่งผู้สอนทุกคนโดยเฉพาะในระดับประถมศึกษาต้องตระหนักถึงความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนี้ และต้องให้
ความส�ำ คญั ตอ่ การฝกึ ฝนเพือ่ พฒั นาทกั ษะการฟงั ใหแ้ กผ่ ูเ้ รยี นอยา่ งเหมาะสมจนเกดิ ประโยชนส์ มบรู ณเ์ ตม็ ที่
ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นการเน้นให้เห็นบทบาทของการฟังในทางตรงที่ให้ประโยชน์ต่อบุคคลได้มาก
แต่หากมองอีกด้านหนึง่ บุคคลอาจมองเหน็ ประโยชนข์ องการฟังต่อสังคมในทางอ้อมได้ ซึ่งหากผูส้ อนมคี วาม
ตระหนักในสิง่ เหลา่ นี้กจ็ ะชว่ ยให้ทัง้ ผูส้ อนและผูเ้ รยี นได้ตระหนกั เหน็ ความสำ�คญั และมองเหน็ ประโยชนข์ อง
การฝึกฝนเพื่อพัฒนาทักษะการฟังมากขึ้น

