Page 47 - การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาไทย
P. 47

กลวิธีเพื่อการเรียนการสอนการฟังในระดับประถมศึกษา 4-37

วางแผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนทีน่ ่าสนใจ และได้ผลดีที่เรียกว่ามี “กลวธิ กี ารจัดกิจกรรมการเรียน
การสอน” ดังประเด็นสาระต่อไปนี้

            1.1 	การใช้เวลาเพื่อการฟัง มีงานวิจัยต่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องการใช้เวลาเพื่อการฟัง พบว่า
มนุษย์ใช้เวลาฟังเพื่อการเรียนรู้ร้อยละ 11 โดยผู้เรียนจะสามารถจดจำ�ความรู้จากสิ่งที่ตนได้ฟังมาร้อยละ 30
ซึ่งสูงกว่าการอ่านในฐานะที่เป็นทักษะการรับสารเหมือนกัน คือการอ่านจะจดจำ�ความรู้ได้เพียงร้อยละ 20

            1.2	 การเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา ผู้เรียนจะใช้เวลาเรียน 5-6 ชั่วโมงต่อวัน เวลาที่ใช้ใน
การฟังมากถึง 2 - 3 ชั่วโมง เกือบจะเป็นครึ่งหนึ่งของเวลาเรียนทั้งหมด หากแต่เวลาเรียนด้วยการฟังที่ใช้ใน
แต่ละวันนั้นไม่ทำ�ให้สามารถสรุปได้ว่าผู้เรียนใช้ไปได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เพราะการเรียนรู้นั้นขึ้นอยู่
กับสติปัญญาความสามารถในการรับฟัง ความเข้าใจ ประสบการณ์เดิมของแต่ละบุคคลและสภาพแวดล้อม
ในขณะนั้น

            1.3 	ผู้เรียนสามารถรับความรู้ที่ได้จากการรับฟังเฉลี่ยเพียงร้อยละ 21-23 ของสิ่งที่ตนได้ฟัง
ทั้งหมดและเมื่อโตขึ้นจะมีอัตราการรับความรู้ที่สูงขึ้น แต่ไม่ว่าจะพยายามตั้งใจฟังอย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา
ผ่านไปอีก 2 เดือนจะจำ�ได้เพียงครึ่งหนึ่งของจำ�นวนที่เคยได้รับไว้ได้เท่านั้น

            1.4 	ผู้เรียนประถมศึกษายังมีปัญหาในด้านทักษะการฟัง จึงจำ�เป็นต้องหาวิธีพัฒนาทักษะนี้
เพื่อให้ผู้เรียนได้ประโยชน์จากการฟังอย่างคุ้มค่า โดยจัดกิจกรรมในลักษณะทักษะสัมพันธ์ ให้ผู้เรียนฝึก
การฟังอย่างมีจุดมุ่งหมายและมีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างเต็มที่

            1.5 	ตามปกติผู้เรียน จะเรียนรู้เรื่องการฟังจากสิ่งรอบตัวอยู่แล้ว ธรรมชาติจะสอนให้รู้จัก
เลือกฟังในสิ่งที่พอใจแต่จะไม่สนใจฟังสิ่งที่น่าเบื่อ ดังนั้นบทบาทที่สำ�คัญของโรงเรียนก็คือ ช่วยพัฒนาความ
สามารถในการฟังที่ผู้เรียน มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นกับทั้งสอนให้ผู้เรียนรู้จักเลือกฟังสิ่งที่มีคุณค่าต่อตน

            1.6 	การฟังในระดับใดก็ตาม ผู้สอนควรจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นเชิงบูรณาการกับ
สาระอื่นๆ เช่น การดู การพูด การเขียน การอ่าน หลักภาษา วรรณคดี และวิชาอื่นๆ

            1.7 	ผู้เรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมปีที่ 6 เรียนรู้โดยตรงทันทีจากการฟังได้ดีกว่า
จากการอ่าน เพราะผู้เรียนในระดับขั้นต้นๆ นี้ ยังไม่มีทักษะการอ่านมากพอที่จะอ่านเอาความ ผู้สอนจึงควร
ให้ความสำ�คัญกับการสอนฟังในฐานะที่เป็นทักษะภาษาเช่นเดียวกับการอ่าน (Smith, 1973: 72 อ้างถึงใน
วิลเลียม วิมุกตายน 2531: 9)

            1.8 	การพัฒนาทักษะการฟังควรคำ�นึงถึงหลักการต่อไปนี้ (1) การฝึกปฏิบัติจริง (2) การใช้
เวลาในการฝึกปฏิบัติให้พอเหมาะและสมํ่าเสมอ (3) เนื้อหาที่ใช้ฝึกปฏิบัติควรเป็นไปตามลำ�ดับจากง่ายไป
ยาก (4) สมมติสถานการณ์ให้ใกล้เคียงกับที่ผู้เรียนประสบในชีวิตประจำ�วัน (5) จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะ
การฟังให้สัมพันธ์กับทักษะอื่นๆ (6) คำ�นึงถึงการให้ผู้เรียนได้รับข้อมูลย้อนกลับ และ (7) ควรฝึกให้ผู้เรียน
ฟังอย่างไม่มีอคติ

            1.9 	ลักษณะบางประการของภาษาไทยอันเป็นผลต่อการพัฒนาทักษะการฟังได้แก่ (1) คำ�ที่
มีความหมายเหมือนหรือต่างกันของคำ�พ้องเสียง (2) คำ�ที่เสียงใกล้เคียงกัน (3) คำ�ภาษาไทยถิ่นและภาษา
เฉพาะกลุ่ม (4) คำ�ราชาศัพท์ คำ�สุภาพ (5) สำ�นวนไทยและคำ�ที่ใช้ความหมายโดยนัย และ (6) คำ�ที่รับมา
จากภาษาต่างประเทศ
   42   43   44   45   46   47   48   49   50   51   52