Page 49 - การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาไทย
P. 49
กลวิธีเพื่อการเรียนการสอนการฟังในระดับประถมศึกษา 4-39
3-4 และช่วงที่ 3 คือผู้เรียนชั้นประถม 5-6 แล้วพิจารณาในเรื่องความยากง่ายของสาระตลอดจนความสนใจ
ให้เหมาะกับช่วงปีดังกล่าวของผู้เรียน
การฝึกฟังลักษณะนี้ ผู้เรียนจะต้องเริ่มต้นกระทำ�หรือแสดงตามขั้นตอนต่อไปนี้
1) รู้ความหมายของคำ�แต่ละคำ�
2) รู้ความหมายของวลีหรือประโยคเมื่อมีคำ�หลายคำ�มารวมกัน
3) รู้ความหมายเรื่องราวในแต่ละย่อหน้า
4) รู้ความหมายเรื่องราวตลอดทั้งเรื่อง
5) สามารถตอบค�ำ ถามจากเรอื่ งทฟ่ี งั ไดว้ า่ ใคร ท�ำ อะไร ทไ่ี หน เมอื่ ไร อยา่ งไร และท�ำ ไม
6) มีความเข้าใจในเรื่องที่ฟังอย่างสมบูรณ์
ในกระบวนการหาความหมายเพือ่ สร้างความเข้าใจในสิ่งทีฟ่ งั ดังกล่าว ผู้เรียนจะใชว้ ิธีการแปล
ความจากถ้อยคำ�ต่างๆ ที่เข้าใจได้ง่ายๆ อาจเป็นระดับคำ�ที่เคยเรียนรู้มาแล้ว หรือใช้วิธีการค้นคว้าหาความ
หมายอย่างง่ายๆ จากการถามผู้รู้ เช่น พ่อแม่ ครูหรือเพื่อน หรือใช้ค้นคว้าจากพจนานุกรม เป็นต้น ซึ่งไม่ควร
มีคำ�ศัพท์ยากมากนักในระดับเด็กเล็ก แต่หากสิ่งที่ฟังมีคำ�ยากที่มีความหมายโดยนัยอยู่ในเนื้อหา หรือคำ�ที่
เป็นสำ�นวนโวหารต่างๆ ก็ต้องใช้วิธีการตีความซึ่งต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ของผู้ฟัง รวมทั้งบริบท
ข้อความเป็นเครื่องช่วย สร้างความเข้าใจซึ่งควรเป็นเด็กที่โตขึ้นมาอีกสักเล็กน้อยเป็นระดับประถม 4-5-6
การฝึกฟังเพื่อความเข้าใจนี้ อาจแสดงออกโดยพฤติกรรมต่างๆ ได้ดังนี้
1) ฟังแล้วปฏิบัติตามได้ (ในคำ�สั่งที่ไม่ซับซ้อน จนถึงซับซ้อนและซับซ้อนมากขึ้น)
2) ฟังแล้วตอบคำ�ถามได้ (คำ�ถามง่ายๆ ตรงไปตรงมา จนถึงคำ�ถามที่ยากขึ้นเรื่อยๆ)
3) ฟังแล้วเล่าเรื่องที่ฟังได้ (เล่าได้ว่าใคร ทำ�อะไร ที่ไหน เมื่อไร และอย่างไรได้ตรง
ตามเรื่องที่ฟัง จนถึงเล่าให้มีรายละเอียดเพิ่มมากขึ้นๆ ได้
4) ฟังแล้วแสดงความคิดเห็นง่ายๆ ได้
การฟังเพื่อความเข้าใจและแสดงออกเป็นพฤติกรรมดังกล่าวได้ ย่อมแสดงว่าผู้ฟังสามารถจำ�เรื่อง
ที่ฟังได้แม้ว่าอาจเป็นเพียงความจำ�ระยะสั้นก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อควรสังเกตอีกประการหนึ่งคือ การตรวจสอบพฤติกรรมการฟังดังกล่าวจะไป
เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับพฤติกรรมการใช้ภาษาหรือทักษะทางภาษาอื่นๆ เสมอ เช่น การพูด การอ่าน หรือการ
เขียน ทั้งการเล่าเรื่องที่ฟังมา การตอบคำ�ถามจากเรื่องที่ฟัง การแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟังมา รวมทั้ง
การปฏิบัติตามโดยกระทำ�หรือพูด หรือเขียน เป็นต้น และถ้าผู้เรียนสามารถแสดงออกด้วยการพูด เขียน
หรือกระทำ�ได้ที่แสดงว่าเกิดความเข้าใจแล้ว ผู้เรียนมักจะจดจำ�เรื่องที่ฟังได้ด้วยนั่นเอง เหล่านี้แสดงให้เห็น
ธรรมชาติของการฝึกทักษะทางภาษา ที่จะมีความสัมพันธ์กันเป็นปกติอยู่เสมอที่เรียกว่าทักษะสัมพันธ์ ทั้งนี้
ในที่นี้หมายถึงการฟังในครั้งใดครั้งหนึ่งหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องๆ ไปเท่านั้น ที่ใช้วัดความเข้าใจจาก
การฟัง หรือการฟังเพื่อความเข้าใจ
สื่อที่ควรนำ�มาใช้เพื่อการฝึกฝนการฟังเพื่อความเข้าใจ ต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน
ทัง้ ดา้ นประเภทของสือ่ และความยากงา่ ยของสารในสือ่ ซึง่ อาจเริม่ จากการใชน้ ทิ านชาดก นทิ านพืน้ บา้ น นทิ าน

