Page 56 - การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาไทย
P. 56
4-46 การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาไทย
หากสำ�รวจถึงการใช้ภาษาในชีวิตประจำ�วันจะพบว่า คนไทยเราสอนให้รู้จักการฟังอย่างมีวิจารณ-
ญาณมานานแล้ว เพราะมีสำ�นวนไทยเกี่ยวกับการฟังอยู่หลายสำ�นวน ดังเช่นมีสำ�นวนที่เตือนกันว่า “ฟังหู
ไว้หู” ซึ่งหมายถึงว่าฟังอะไรแล้วอย่าเพิ่งเชื่อในทันที ให้เผื่อใจไว้คิดด้านอื่นบ้าง สำ�นวนที่เกี่ยวกับการฟังอีก
สำ�นวนหนึ่งคือ “ฟังความข้างเดียว” หมายถึง การได้รับฟังข้อมูลเพียงด้านเดียวเท่านั้นถือว่ายังไม่เพียงพอ
สำ�นวนนี้มุ่งเตือนให้ระมัดระวัง ไม่ให้เชื่อง่าย ต้องยับยั้งชั่งใจหาข้อมูลอื่นหรือเสาะหาข้อมูลในแง่มุมอื่นมา
พิจารณาไตร่ตรอง มองรอบด้านและมีความคิดอย่างยุติธรรม
จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นได้ว่าสังคมไทยตระหนักถึงความสำ�คัญของการฟังอย่างมีวิจารณญาณ
มานานแล้ว แต่ในปัจจุบันก็ยังมีการใช้สำ�นวนต่างๆ ข้างต้นอยู่ ซึ่งแสดงว่า การฟังที่ขาดวิจารณญาณยัง
ปรากฏอยู่ในชีวิตประจำ�วันของคนทั่วๆ ไป อย่างไรก็ตามการฟังอย่างมีวิจารณญาณจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ
ผู้ฟังสามารถจับใจความหรือสาระสำ�คัญของเรื่องที่ฟังได้เสียก่อน จึงจะสามารถนำ�ข้อมูลที่ได้ฟังมาไตร่ตรอง
ใช้วิจารณญาณได้ และการที่ผู้ฟังจะสามารถจับใจความของเรื่องที่ฟังได้ก็จะต้องฟังอย่างตั้งใจ สามารถ
กลั่นกรองประเด็นสำ�คัญแยกจากประเด็นสนับสนุนทั้งหลายได้ ทั้งต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังด้วยจึงจะ
เข้าใจได้ชัดเจนจนกระทั่งสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังได้ ดังนั้นการฟังอย่างมีวิจารณญาณ
จึงควรเป็นการฟังอย่างมีระบบเป็นขั้นตอน เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากการฟังอย่างเต็มที่
การฟังอย่างมีวิจารณญาณอาจดำ�เนินตามขั้นตอนที่ประยุกต์จากวิธีคิดอย่างมีวิจารณญาณซึ่ง
ทิศนา แขมมณี (2544: 57) ได้สรุปไว้ ดังนี้
1) ผู้ฟังอย่างมีวิจารณญาณจะต้องมีเป้าหมายในการฟังทุกครั้ง
2) ผู้ฟังอย่างมีวิจารณญาณจะต้องมีประเด็นในการฟังชัดแจ้ง
3) ผู้ฟังอย่างมีวิจารณญาณจะต้องประมวลข้อมูลด้านข้อเท็จจริง ความคิดเห็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
กับประเด็นที่ฟัง โดยคิดรอบด้านทั้งกว้าง ลึก และไกล
4) ผู้ฟังอย่างมีวิจารณญาณจะต้องวิเคราะห์ จำ�แนกข้อมูล จัดหมวดหมู่ข้อมูลจากการฟังได้และ
เลือกข้อมูลที่เหมาะสมมาใช้ประโยชน์
5) ผู้ฟังอย่างมีวิจารณญาณจะต้องประเมินข้อมูลจากการฟังที่จะใช้ประโยชน์ด้านความถูกต้อง
ความพอดี และความน่าเชื่อถือก่อนจะนำ�ไปใช้
6) ผู้ฟังอย่างมีวิจารณญาณจะต้องใช้หลักเหตุผลในการพิจารณาข้อมูล เพื่อแสวงหาทางเลือกหรือ
คำ�ตอบที่สมเหตุสมผล
7) ผู้ฟังอย่างมีวิจารณญาณจะต้องเลือกทางเลือกที่เหมาะสม โดยพิจารณาถึงผลที่จะเกิดตามมา
พิจารณาถึงคุณค่าหรือพิจารณาความหมายที่แท้จริงของสิ่งที่ฟัง
8) ผู้ฟังอย่างมีวิจารณญาณจะต้องชั่งนํ้าหนักของทางเลือกหรือข้อมูลที่เลือกจากการฟังโดยคำ�นึง
ถึงผลได้ ผลเสีย คุณหรือโทษที่จะเกิดขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
9) ผู้ฟังอย่างมีวิจารณญาณจะต้องไตร่ตรอง คิดทบทวนกลับไปกลับมาอย่างรอบคอบ
10) ผู้ฟังอย่างมีวิจารณญาณจะต้องประเมินทางเลือกและลงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นที่ฟัง

