Page 39 - การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
P. 39

การวิจัยปฏิบัติการในช้ันเรียนภาษาอังกฤษ 14-29

            5) 	การก�ำหนดการเรียนรู้เฉพาะ (specifying learning) เป็นการเรียนรู้จากการสะท้อน
ความรู้ใหม่ที่ได้ระหว่างการวิจัย หากส่ิงที่เปล่ียนแปลงไม่ประสบความส�ำเร็จ ส่ิงที่ได้จะเป็นความรู้เพื่อการ
วินิจฉัยและเพ่ือการวิจัยปฏิบัติการต่อไป ความส�ำเร็จหรือความล้มเหลวของงานตามทฤษฎีจะให้ความรู้
ที่ส�ำคัญท่ีจะก�ำหนดการวิจัยต่อไป

            อาจกลา่ วไดว้ า่ กระบวนการวจิ ยั ปฏบิ ตั กิ ารในชน้ั เรยี นภาษาองั กฤษประกอบดว้ ย 5 ขนั้ ตอนหลกั
สามารถแสดงเป็นแผนภูมิได้ ดังน้ี

                            ส�ำรวจและวิเคราะห์ปัญหาการเรียนการสอน

                        ศึกษาค้นคว้าวิธีการหรือนวัตกรรมในการแก้ปัญหานั้น

                      พัฒนาวิธีการหรือนวัตกรรมที่เลือกใช้ส�ำหรับการแก้ปัญหา

               น�ำวิธีการหรือนวัตกรรมไปใช้ในช้ันเรียนภาษาอังกฤษและเก็บรวบรวมข้อมูล

                            วิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผลการแก้ไขปัญหา

         ภาพที่ 14.7 ล�ำดบั ข้นั ของกระบวนการการท�ำวจิ ัยปฏบิ ัตกิ ารในชัน้ เรียนภาษาอังกฤษทัว่ ไป

            โดยสรุป กระบวนการและขั้นตอนการท�ำวิจัยในชั้นเรียนภาษาอังกฤษ มีการด�ำเนินการ
ดังต่อไปน้ี

            1)	 เรม่ิ ตน้ ดว้ ยงานวจิ ยั ขนาดเลก็ แมว้ า่ ปญั หาทเ่ี กยี่ วกบั การจดั การเรยี นการสอนภาษาองั กฤษ
มีความเก่ียวข้องสัมพันธ์กับองค์ประกอบอ่ืนอีกมากมาย แต่การเริ่มท�ำวิจัยปฏิบัติการในระยะแรก ควรจะ
เร่ิมที่การก�ำหนดค�ำถามวิจัยให้แคบและเจาะจง เพ่ือให้สามารถควบคุมกระบวนการวิจัยให้อยู่ในวิสัยท่ีผู้วิจัย
ซ่ึงก็คือผู้สอนสามารถด�ำเนินการได้ หากผู้สอนยังไม่มีความช�ำนาญ ก็ไม่ควรก้าวกระโดดไปท�ำวิจัยในปัญหา
วิจัยใหญ่ ๆ ท่ีมีความซับซ้อนเกินก�ำลังของตนเอง โดยผู้สอนสามารถส�ำรวจและวิเคราะห์ปัญหาได้หลาย
ลักษณะ เช่น วิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในแง่มุมต่าง ๆ ตรวจสมุดแบบฝึกหัด
   34   35   36   37   38   39   40   41   42   43   44