Page 40 - การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
P. 40
14-30 การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
สังเกตพฤติกรรมของผู้เรียน ศึกษาข้อมูลจากการประเมินของผู้ที่เกี่ยวข้อง ซ่ึงจะท�ำให้ผู้สอนพบปัญหา ข้อ
สงสัยที่เกิดจากผู้เรียน ผู้สอน และกระบวนการเรียนการสอน เช่น ถ้าผู้สอนมีความสนใจและความถนัดใน
การจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยการแสดงบทบาทสมมติ (roleplay) เมื่อพบปัญหาในทักษะการพูดและ
การฟังภาษาอังกฤษของนักศึกษา ผู้สอนสามารถน�ำกิจกรรมบทบาทสมมติมาใช้ ผู้เรียนได้เรียนรู้การใช้
ค�ำศัพท์ในบทท่ีใช้ในการแสดง ได้ฝึกการท�ำงานร่วมกับผู้อ่ืน และรู้สึกสนุกสนานจากการได้แสดงบทบาท
สมมติ เห็นประโยชน์ และให้ความส�ำคัญ อีกท้ังผู้สอนเองก็เกิดแรงจูงใจที่จะท�ำให้ส�ำเร็จอีกด้วย เพราะ
ผู้สอนได้ท�ำวิจัยตามความสนใจและถนัดของตนเอง แต่ถ้าเป็นปัญหาส�ำคัญท่ีต้องรีบด�ำเนินการแก้ไข เพ่ือ
ไม่ให้ลุกลามเป็นปัญหาใหญ่จนไม่สามารถแก้ไขได้ ถึงแม้จะเป็นเร่ืองท่ีผู้สอนไม่ถนัด ผู้สอนก็ต้องศึกษา
หาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหานั้นให้ได้
2) ควรมีการวางแผนอย่างรอบคอบ ผู้สอนต้องมีการคิดล่วงหน้าในการท�ำวิจัยว่าจะต้อง
เจอกับอะไร และอะไรควรท�ำก่อนหรือหลัง ปัญหาวิจัยอะไรท่ีน่าน�ำมาท�ำหัวข้อวิจัย เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้
ตรงเหตุ ปัญหาจึงจะได้รับการแก้ไขให้ลุล่วงได้ รวมท้ังการเลือกสรรสื่ออุปกรณ์สนับสนุนในการท�ำวิจัย หรือ
ในกรณที ผ่ี สู้ อนพบวา่ สาเหตขุ องปญั หามหี ลายสาเหตุ อาจเลอื กสาเหตทุ ม่ี คี วามสำ� คญั ซง่ึ เปน็ ตน้ ตอของสาเหตุ
อื่น เม่ือแก้ไขได้ถูกจุด จะท�ำให้สาเหตุอื่นถูกก�ำจัดไปด้วย และยังน�ำสาเหตุที่เหลือมาวิจัยต่อได้ในอนาคต
ท�ำให้เกิดการท�ำวิจัยในช้ันเรียนภาษาอังกฤษอย่างต่อเนื่อง
3) การก�ำหนดเวลาการท�ำงานที่สามารถปฏิบัติได้จริง ปัญหาระหว่างการวิจัย สามารถเกิดข้ึน
ได้ตลอดเวลา ท้ังโดยที่คาดคิดหรือไม่คาดคิดก็ตาม ในการก�ำหนดเวลาควรก�ำหนดเป็น 2 แบบคือ เวลาที่
คิดว่าสามารถปฏิบัติได้จริง และเวลาในอุดมคติที่คิดว่าจะส�ำเร็จ
4) การเกย่ี วขอ้ งกบั ผอู้ นื่ วจิ ยั ปฏบิ ตั กิ ารในชน้ั เรยี นภาษาองั กฤษไมว่ า่ จะดำ� เนนิ การกบั กลมุ่ ใด
เป็นวิจัยท่ีอาจต้องเกี่ยวข้องกับผู้อ่ืน เช่น ผู้เรียน เพื่อนร่วมงาน ซึ่งคนเหล่านี้เข้ามามีส่วนร่วมในการวิจารณ์
งานวิจัยและสนับสนุนข้ออ้างท่ีผู้วิจัยได้ค้นพบ ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการปรับปรุงท�ำให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์
และงานวิจัยน่าเช่ือถือย่ิงข้ึน
5) การแจ้งให้ผู้อ่ืนทราบถึงงานวิจัย ในการท�ำวิจัยแต่ละครั้ง ผู้สอนควรแจ้งให้คนในองค์กร
ได้รับทราบถึงความเคล่ือนไหวของโครงการวิจัยท่ีก�ำลังด�ำเนินงานอยู่
6) การเตรียมรับข้อมูลป้อนกลับ หลังจากทราบผลการวิจัย ต้องแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ โดย
เฉพาะเพ่ือนร่วมงานท่ีมีส่วนเก่ียวข้องในการวิจัย ควรวางแผนการอภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับ
ข้อค้นพบนี้ ข้อมูลป้อนกลับเป็นข้อมูลท่ีช่วยแก้ไขปรับปรุงให้การวิจัยมีความถูกต้องมากข้ึน การวิพากษ์งาน
วิจัยควรเป็นแบบสร้างสรรค์ และให้ข้อคิดเห็นที่จะเป็นประโยชน์ต่อการท�ำวิจัย
จะเห็นได้ว่า การวิจัยในชั้นเรียนประกอบด้วยขั้นตอนการท�ำงานที่ส�ำคัญ คือ ศึกษาปัญหาในช้ัน
เรียน จากนั้นเลือกปัญหาท่ีมีความจ�ำเป็นเร่งด่วนซึ่งมีความส�ำคัญในล�ำดับต้น ๆ มาแก้ปัญหา ขั้นตอนของ
การแก้ปัญหาคือหาสาเหตุท่ีแท้จริงของปัญหา แล้วศึกษาหาวิธีการแก้ปัญหาท่ีคาดว่าสามารถน�ำมาใช้ได้ผล
ซึ่งอาจเป็นสื่อ เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรม ฯลฯ แล้วเลือกพัฒนานวัตกรรมหรือวิธีการที่เหมาะสม ตรวจสอบ
และปรับปรุง แล้วน�ำมาทดลองใช้ รวบรวมข้อมูลจากการทดลอง ตรวจสอบ วิเคราะห์ อภิปราย และสรุปผล

