Page 25 - การวางแผน การออกแบบ และการผลิตสื่อชุมชน
P. 25
การใชแ้ ละพฒั นาส่ือบุคคลและเครอื ข่ายการส่ือสารเพ่อื การพัฒนาชุมชน 12-15
เร่ืองท่ี 12.1.2
แนวคิดการพัฒนาส่ือบุคคล
ในอดตี ภายใต้กระบวนทัศน์ความทนั สมยั (modernistic paradigm) การทำ� งานกบั ส่อื บคุ คลใน
ดา้ นชมุ ชนภาครฐั มกั จะมองวา่ สอื่ บคุ คลเปน็ เพยี งชอ่ งทางการสอื่ สารสว่ นหนงึ่ ในการเผยแพรข่ า่ วสารขอ้ มลู
จากรฐั สชู่ มุ ชนบนแนวคดิ การสอื่ สารสองจงั หวะ (two-step flow of information) ทง้ั กรณขี องสอ่ื บคุ คล
ภายนอกชมุ ชนและส่อื บุคคลภายในชมุ ชน หากเปน็ สอื่ บคุ คลภายนอกชมุ ชน คอื เจ้าหน้าท่รี ฐั ไดแ้ ก่ นกั
พัฒนา เกษตรต�ำบล และหากเป็นบุคคลภายในชุมชน ก็มักจะต้องได้รับการคัดเลือกว่า มีคุณสมบัติที่ดี
พรอ้ มเพียงพอทีจ่ ะท�ำหน้าท่เี ปน็ ส่ือบุคคลท่จี ะถ่ายทอดขา่ วสาร
ตวั อยา่ งเชน่ ในกรณขี องสอื่ บคุ คลภายนอก กาญจนา แกว้ เทพ และคณะ (2543: 195, 205) ระบุ
วา่ จะตอ้ งมีลกั ษณะท่ีชาวบา้ นต้องการ คือ ความรคู้ วามสามารถความเชยี่ วชาญ มคี วามสัมพันธก์ บั ชาว
บ้านทด่ี ี ไดแ้ ก่ ตรงต่อเวลา เอาใจใส่งานทีท่ �ำ การสื่อสารที่ดี ส�ำหรบั กรณขี องส่ือบคุ คลภายใน นอกจาก
คุณสมบัติข้างต้นแล้ว อาจต้องเพ่ิมตัวแปรเรื่องความทันสมัยของบุคคล ได้แก่ ความพร้อมที่จะเปิดรับ
ประสบการณใ์ หม่ การเปดิ กวา้ ง การวางแผน การเปิดรบั ข่าวสาร
แต่ในยุคกระบวนทัศน์ทางเลือก (alternative paradigm) สื่อบุคคลเร่ิมได้รับการมองในมุมที่
แตกตา่ งไปจากการเปน็ เพยี งผถู้ า่ ยทอดขา่ วสาร โดยพฒั นาสกู่ ารเปน็ ผมู้ สี ว่ นในการสรา้ งการมสี ว่ นรว่ มใน
การพฒั นาชมุ ชน เทา่ กบั วา่ สื่อบุคคลไม่เพียงแต่เป็นผู้รับข่าวสาร แต่กลายเป็นผู้มีพลังความรู้ในการขับ
เคล่ือนในการด�ำเนินงานด้านการพัฒนาได้เอง
เมลโกท และสตฟี ส์ (Melkote and Steeves, 2001) เสนอวา่ แนวคิดการพัฒนาบุคคล เชื่อม่ัน
ในการเสริมพลังของคน เพื่อสร้างความสามารถและความเท่าเทียมกันของคน เพราะทผ่ี า่ นมาปญั หาจะ
อยทู่ ี่การเข้าถึงทรพั ยากร เศรษฐกจิ การเมืองและวัฒนธรรมท�ำให้คนอาจมคี วามออ่ นด้อย จงึ จำ� เปน็ ตอ้ ง
น�ำไปสู่การพัฒนาบุคคล ในด้านความรู้ความสามารถอันจะช่วยในการกระจายความเท่าเทียมกันให้แก่
บคุ คลได้ และทีส่ ำ� คญั คอื การพฒั นาไปตามความตอ้ งการของตน
กระบวนทศั นด์ งั กลา่ ววางอยบู่ นกรอบความเชอ่ื ทว่ี า่ บคุ คลมคี วามรคู้ วามสามารถและมศี กั ยภาพ
แนวคดิ ดงั กลา่ วตา่ งไปจากในยคุ อดตี หรอื กระบวนทศั นค์ วามทนั สมยั ทม่ี องสอ่ื บคุ คลวา่ หากจะเปน็ สอื่ บคุ คล
ไดจ้ ะต้องมีความทนั สมัย แต่สำ� หรบั ในยคุ นีต้ วั แปรทจี่ ะวัดความทนั สมัยกลับลดหายลงไป แตก่ ลับมองว่า
บคุ คลในชมุ ชนมคี วามรคู้ วามสามารถทจ่ี ะสามารถใชใ้ นการพฒั นาเพยี งแตว่ า่ ปญั หาสำ� คญั คอื เรามองขา้ ม
และไมไ่ ด้ใหค้ วามสำ� คญั ต่อการกระตุ้นการใช้ศักยภาพของบุคคลที่มอี ยูใ่ ห้ได้ประโยชนส์ ูงสดุ
ในประเทศไทย กาญจนา แก้วเทพ ถือเป็นนักวิชาการกลุ่มแรกท่ีหันมาให้ความส�ำคัญต่อการ
พัฒนาศักยภาพด้านการสื่อสารของส่ือบุคคลในชุมชนนับตั้งแต่ในช่วงทศวรรษที่ 2540 เป็นต้นมา โดย
เขียนหนังสือที่ชื่อว่า ใต้ฟากฟ้าแห่งการศึกษา สื่อบุคคลและเครือข่ายการส่ือสารภาพรวมจากงานวิจัย
(2549) และได้หยิบยกปรากฏการณ์จริงท่ีเร่ิมหันมาพัฒนาส่ือบุคคลในชุมชนให้กลายเป็นผู้ผลักดันการ

