Page 19 - การบริการและเผยแพร่สารสนเทศ
P. 19
การออกแบบบรกิ ารสารสนเทศ 14-9
ขณะที่การคิดเชิงออกแบบจะเน้นไปที่การหาทางออก ดังนั้นการคิดเชิงออกแบบจะเน้นวิธีการแก้ปัญหา
หรือนวัตกรรมทม่ี คี วามเป็นไปได้สงู สามารถพัฒนาใหเ้ ป็นรปู ธรรม
การคดิ เชงิ ออกแบบเปน็ หลกั การเชงิ สรา้ งสรรคท์ ม่ี งุ่ พฒั นานวตั กรรมทเี่ ปน็ ทต่ี อ้ งการ (desirable)
มคี วามเปน็ ไปได้ (feasible) และอยรู่ อดได้ (viable) โดยไมจ่ ำ� กดั วา่ จะเปน็ การออกแบบพน้ื ท่ี ผลติ ภณั ฑ์
หรอื บรกิ าร การคดิ เชงิ ออกแบบมใิ ชเ่ ปน็ คณุ สมบตั เิ ฉพาะตวั ของผอู้ อกแบบเทา่ นน้ั แตก่ ารคดิ เชงิ ออกแบบ
ครอบคลุมการมีความคิดริเร่มิ (intuitive) สามารถระบแุ บบแผน (pattern) ตา่ งๆ ได้ อีกท้งั ยังรวมไปถึง
การผกู สรา้ งความคดิ ทสี่ ะทอ้ นทงั้ อารมณแ์ ละเหตผุ ล ตลอดจนสามารถลงมอื ปฏบิ ตั ไิ ดอ้ ยา่ งชดั เจน (IDEO,
2015) ซึ่งเปน็ คุณสมบตั ิทม่ี ีไดใ้ นผ้ใู ห้บรกิ ารในทุกสาขาอาชพี
3. พัฒนาการของการคิดเชิงออกแบบ
การคดิ เชงิ ออกแบบเปน็ วถิ ที างความคดิ รปู แบบหนงึ่ ทเ่ี นน้ กระบวนการในการแกไ้ ขปญั หาอยา่ งมี
ระบบและสรา้ งสรรค์ ซงึ่ เรมิ่ ตน้ จากการแสวงหาแนวคดิ และทฤษฎที ช่ี ว่ ยในการคดิ คน้ และพฒั นานวตั กรรม
ทช่ี ว่ ยแกป้ ญั หาทมี่ คี วามซบั ซอ้ นจากศาสตรส์ าขาวชิ าตา่ งๆ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ในสาขาวชิ าสถาปตั ยกรรม-
ศาสตรแ์ ละวศิ วกรรมศาสตร์ ดงั จะเหน็ ไดจ้ ากความพยายามในการทำ� ความเขา้ ใจการออกแบบจากมมุ มอง
ของนักวิทยาศาสตร์ จึงได้มีการเรียกความพยายามดังกล่าวในฐานะ “วิทยาการออกแบบ” (design
science) ตั้งแต่ในช่วงประมาณ ค.ศ. 1950-1960 (Cross, 2001) และเริ่มมีการพิจารณาบทบาทของ
วิธีการออกแบบในบริบทของการแก้ปญั หาทซ่ี บั ซอ้ น (Rittel and Weber, 1973)
จนกระทงั่ ในทศวรรษตอ่ มาจงึ เรม่ิ มกี ารมองวา่ การออกแบบเปน็ วถิ ที างความคดิ (McKim, 1980;
Simon, 1969) พร้อมทั้งเล็งเห็นความส�ำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการต้นแบบ (prototype)
อยา่ งรวดเร็ว และการทดสอบต้นแบบดว้ ยการสงั เกต (Simon, 1969) ในขณะเดียวกันก็มกี ารผลกั ดนั ให้
ใช้การคิดเป็นภาพ (visual thinking) ประกอบเข้ากับการคิดเชิงตรรกะและเหตุผลในการแก้ไขปัญหา
(McKim, 1980)
ในยคุ ถดั มา เรม่ิ มกี ารเปรยี บเทยี บวธิ กี ารแกไ้ ขปญั หาของผอู้ อกแบบและนกั วทิ ยาศาสตรอ์ ยา่ งเปน็
ระบบ ครอส (Cross, 1982) และลอวส์ นั (Lawson, 1972) พบวา่ วธิ กี ารแกไ้ ขปญั หาของนกั วทิ ยาศาสตร์
นนั้ จะเนน้ ไปทก่ี ารวเิ คราะหป์ ญั หาเชงิ ระบบเพอ่ื หาวธิ กี ารทเี่ หมาะสมทส่ี ดุ (optimal) ในเชงิ สมมตฐิ าน ใน
ขณะทผี่ อู้ อกแบบจะมงุ่ ไปทว่ี ธิ กี ารแกไ้ ขปญั หาเพอื่ มองหาวธิ กี ารทสี่ รา้ งความพงึ พอใจสงู สดุ ดว้ ยการสรา้ ง
ตน้ แบบวธิ กี ารแกไ้ ขตา่ งๆ อยา่ งรวดเรว็ เพอ่ื ใชใ้ นการทดสอบวา่ วธิ กี ารใดตอบโจทยแ์ ละสรา้ งความพงึ พอใจ
มากที่สุด
ต่อมา โรว์ (Rowe, 1987) ใช้กรณีศึกษาออกแบบของนักวางแผนเมืองและสถาปนิกในการ
วิเคราะห์ วิธีการต้งั คำ� ถาม และน�ำไปสู่กรอบแนวคิดเกีย่ วกบั การคิดเชิงออกแบบ พฒั นาการของแนวคิด
เชงิ ออกแบบมคี วามชดั เจนมากยงิ่ ขน้ึ เมอ่ื บรษิ ทั IDEO ซง่ึ เปน็ บรษิ ทั ทป่ี รกึ ษาดา้ นการออกแบบไดพ้ ฒั นา
แบบจำ� ลองกระบวนการออกแบบทมี่ พี นื้ ฐานมาจากการพฒั นาของ Stanford Design School (d.school)
โดยได้สร้างชุดเครื่องมือต่างๆ รวมไปถึงค�ำศัพท์ท่ีง่ายต่อการท�ำความเข้าใจของบุคคลท่ัวไปจนท�ำให้
การคิดเชิงออกแบบไดร้ ับความสนใจจากสังคมท่ัวไปมากข้นึ

