Page 41 - พฤติกรรมองค์การ และการจัดการการตลาด
P. 41
พฤตกิ รรมระดับองค์การ 4-31
เรื่องท่ี 4.3.1
ความหมาย ลักษณะของอ�ำนาจ
อ�ำนาจและการเมอื งในองคก์ ารเป็นส่ิงทม่ี ีความสมั พันธ์ซง่ึ กนั ซง่ึ และมักจะเกิดปฏสิ มั พนั ธ์กนั ขน้ึ
ระหว่างผู้มีอ�ำนาจและกลุ่มบุคคลในองค์การ ซึ่งแน่นอนว่าในองค์การเองก็มีกลุ่มที่มีครอบอ�ำนาจอยู่ใน
หลายๆ กลุ่ม และพยายามท�ำกิจกรรมต่างๆ เพ่ือรักษาอ�ำนาจของตนและกลุ่มเอาไว้ เกิดเป็นการเมือง
ภายในองคก์ ารทมี่ ที งั้ การรกั ษาสมดลุ ของอำ� นาจในองคก์ าร หรอื แมแ้ ตก่ ารแยง่ ชงิ ตำ� แหนง่ เพอื่ ใหไ้ ดอ้ ำ� นาจ
ทมี่ ากขน้ึ ซง่ึ การเมอื งในองคก์ ารนน้ั เรามกั จะเหน็ กจิ กรรมทผี่ บู้ รหิ ารกระทำ� เพอื่ เพมิ่ อำ� นาจและสรา้ งอทิ ธพิ ล
ใหก้ บั ตนเองและกลมุ่ โดยมีจุดมุ่งหมายเพ่อื ผลประโยชน์หรอื เพือ่ ให้บรรลุตามเป้าหมายทต่ี ้องการ
อ�ำนาจและการเมืองเป็นเร่ืองเก่าแก่ที่สุดเท่าท่ีประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ เพราะบุคคลที่มีอ�ำนาจ
นน้ั มักจะมกี ลมุ่ คนให้การสนบั สนุนอยู่เสมอ อย่างเช่นในองค์การธุรกจิ ผบู้ รหิ ารระดับสงู และผู้น�ำระดับสงู
ในองค์การมักจะพยายามสร้างวิธีการของพวกเขาเพ่ือคานอ�ำนาจกันเอง เพ่ือสนองต่อเป้าหมายของกลุ่ม
เช่นมีพฤตกิ รรมสร้างอาณาจักรของตนใหเ้ กดิ ข้ึนในองคก์ าร มกี ารปิดบงั ความลม้ เหลวของกลมุ่ ตนซึง่ อาจ
กระทบกระเทอื นตอ่ อำ� นาจของตนได้ เปน็ ตน้ ถงึ แมว้ า่ กจิ กรรมทที่ ำ� ไปนนั้ อาจไมใ่ ชส้ งิ่ ทจี่ ะชว่ ยใหอ้ งคก์ าร
เกดิ ประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ลเพมิ่ ขนึ้ กต็ าม ดงั นน้ั การทบ่ี คุ คลจะกระทำ� สง่ิ เหลานไ้ี ดน้ น้ั จำ� เปน็ ทจ่ี ะตอ้ ง
ใชอ้ ำ� นาจในการดำ� เนินการเรอ่ื งตา่ งๆ ในองคก์ าร
การพจิ ารณาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอำ� นาจและการเมอื งในองคก์ ารสามารถพจิ าณาจากแหลง่ ทม่ี า
ของอำ� นาจวา่ บคุ คลนน้ั ไดอ้ ำ� นาจมาอยา่ งไร ตวั อยา่ งเชน่ ถา้ อำ� นาจนนั้ เกดิ จากอำ� นาจสว่ นบคุ คล กลา่ วคอื
บคุ คลมคี วามเชีย่ วชาญ มีความรู้ ทกั ษะ จนได้รบั การยอมรับจากผู้อนื่ ใหเ้ ป็นผ้นู �ำกลมุ่ หรอื อาจจะเปน็ คน
ที่มีบุคลิกภาพที่มีเสน่ห์ จนสามารถมัดใจผู้อื่นจนได้รับการยกย่องให้เป็นผู้น�ำกลุ่ม ซึ่งบุคคลท่ีได้รับ
การยกยอ่ งใหเ้ ปน็ ผนู้ �ำหรือหัวหนา้ กลุ่ม กจ็ ะไดร้ บั แรงสนับสนนุ จากบุคคลทชี่ ื่นชอบ หรือมที ศั นะเชงิ บวก
ตอ่ บคุ คลนน้ั ผา่ นกระบวนการ วธิ กี าร พฤตกิ รรมตา่ งๆ เชน่ การชน่ื ชมในทป่ี ระชมุ การเชอื่ ฟงั คำ� สง่ั ใหก้ าร
สนบั สนนุ ตอ่ การตดั สนิ ใจในเรอ่ื งตา่ งๆ การปกปอ้ งจากกลมุ่ อน่ื ทม่ี ที ศั นคตขิ ดั แยง้ หรอื ทำ� ใหก้ ลมุ่ และบคุ คล
ท่ตี นยกยอ่ งน้นั เส่อื มเสยี เป็นตน้ เมื่อผู้สนับสนุนคอยใหก้ ารช่วยเหลือตอ่ ผู้นำ� ที่ตนรกั ผ้นู ำ� เองก็มวี ธิ ีการ
ทจี่ ะคอยปกปอ้ ง รกั ษาผลประโยชน์ ธำ� รงไวซ้ ง่ึ ความสมั พนั ธใ์ หเ้ กดิ แกส่ มาชกิ ของตนเชน่ กนั ซงึ่ การกระทำ�
แบบนี้เปรียบได้กับพฤติกรรมการเมืองในองค์การที่ต้องการรักษาซึ่งอ�ำนาจให้คงไว้แก่กลุ่มหรือบุคคลท่ี
ตนรักนั้นเอง จึงอาจกล่าวได้ว่า อ�ำนาจและการเมืองในองค์การนั้นเป็นส่ิงที่คู่กัน และเกิดขึ้นได้ในทุกๆ
องค์การ รายละเอียดเก่ียวกับอำ� นาจและการเมอื งจะขอกลา่ วตอ่ ไปจากนี้
อ�ำนาจในองค์การ
ในองคก์ ารของเรานน้ั มคี วามสลบั ซบั ซอ้ นในการใชช้ วี ติ เมอ่ื เขา้ มาอยรู่ ว่ มกนั เปน็ กลมุ่ เปน็ องคก์ าร
ซ่ึงสิ่งหน่ึงที่มนุษย์พยายามแสวงหาก็คือการได้มาซ่ึงอ�ำนาจ อ�ำนาจเป็นส่ิงที่มนุษย์ต้องการและถือได้ว่า

