Page 31 - กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์
P. 31
กลยทุ ธก์ ารประชาสมั พันธท์ างการเมือง 15-21
ข่าวสารและการเปล่ียนแปลงขององค์การเพ่ือให้ผู้สนับสนุนทราบ เพ่ือให้ผู้สนับสนุนเชื่อมั่น เสริมสร้าง
ภาพลกั ษณแ์ ละทศั นคตทิ ด่ี ขี ององคก์ ารตอ่ ผสู้ นบั สนนุ ตลอดจนประสานงานและใหค้ ำ� ปรกึ ษาดา้ นการสรา้ งความ
สัมพันธ์ผู้สนับสนุนแก่ผู้บริหารองค์การ (https://www.set.or.th/th/products/listing2/files/IPOFo-
cus_IR_listed_company.pdf)
2.2.8 การส่ือสารภายในองค์การ (Employee Communication) บรมู และชาไดเ้ พมิ่ หวั ขอ้
การสอ่ื สารภายในองคก์ ารนเี้ ขา้ มาในหนงั สอื ชอื่ Cutlip and Center’s Effective Public Relations ฉบบั
พิมพ์คร้ังที่ 11 ด้วยเห็นว่าคณะท�ำงานหรือพนักงานในองค์การมีบทบาทส�ำคัญต่อความส�ำเร็จของงาน
ประชาสัมพันธ์ บลูมและชาเห็นว่าองค์การควรให้ความส�ำคัญกับการสื่อสารภายในองค์การเพ่ือให้คณะ
ท�ำงานหรือพนักงานรับรู้และเข้าใจเป้าหมายขององค์การภายใต้การด�ำเนินแผนงานและกิจกรรมการ
ประชาสัมพันธ์ทางการเมือง และจูงใจให้พวกเขาร่วมสร้างวัฒนธรรมองค์การท่ีสอดคล้องกับส่ิงที่องค์การ
ตอ้ งการนำ� เสนอ ซง่ึ ผบู้ รหิ ารระดบั สงู นกั กลยทุ ธก์ ารประชาสมั พนั ธต์ อ้ งทำ� งานรว่ มกบั ฝา่ ยทรพั ยากรมนษุ ย์
ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในก่อนการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสียท่ีอยู่นอกองค์การซึ่งสามารถน�ำไป
ปรับใชก้ ับการประชาสมั พันธ์ทางการเมอื งได้
3. แนวคิดเกี่ยวกับกลยุทธ์และกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ทางการเมือง
ในการดำ� เนนิ กลยทุ ธก์ ารประชาสมั พนั ธท์ างการเมอื งนนั้ นกั กลยทุ ธก์ ารประชาสมั พนั ธท์ างการเมอื ง
ตอ้ งเขา้ ใจวา่ บรบิ ททางการเมอื งเปน็ ระบบเปดิ ทอ่ี งคก์ ารทางการเมอื งตอ้ งอยรู่ ว่ มกบั ปจั จยั อนื่ ๆ ในสภาพ-
แวดลอ้ ม องค์การจึงต้องรับรู้และเข้าใจสารสนเทศทตี่ นส่อื สารเขา้ ไปในระบบวา่ ไดผ้ ลปอ้ นกลบั มาตรงตาม
วตั ถุประสงค์หรือไม่ เพอื่ ใหอ้ งคก์ ารสามารถปรับเปลีย่ นแผนกลยทุ ธ์เพอ่ื ตอบสนองต่อพลวัตของปจั จยั ใน
สภาพแวดล้อม
การจัดการกลยุทธ์ประชาสัมพันธ์ทางการเมืองน้ันสามารถน�ำการจัดการเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจมา
ปรับใช้ได้ จากแนวคิดการจัดการเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจท่ีเป็นการสร้างชุดความสัมพันธ์เชิงปฏิบัติการของ
ผู้บริหารระดับสูงขององค์การซ่ึงต้องท�ำงานร่วมกับนักกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ทางการเมืองเพ่ือให้
องคก์ ารบรรลผุ ลตามเปา้ หมายทา่ มกลางความทา้ ทา้ ยจากภาวะแข่งขันต่อสู้ทางการเมอื ง ผูน้ ำ� เชิงกลยุทธ์
ในกลยทุ ธป์ ระชาสมั พนั ธท์ างการเมอื งในทนี่ ี้ คอื พรรคการเมอื งหรอื นกั การเมอื งทสี่ ามารถสรา้ งความไดเ้ ปรยี บ
ทางการแขง่ ขันผ่านกลยุทธท์ ่ีสอดคล้องกับยทุ ธวิธแี ละกิจกรรมตา่ งๆ จนทำ� ใหต้ นโดดเด่นหรือแตกต่างไป
จากคแู่ ข่ง อาทิ การเลอื กกลุม่ เป้าหมาย การก�ำหนดและสรา้ งความแตกต่างขององค์การ การสรา้ งคณุ คา่
เพม่ิ ใหแ้ กผ่ มู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ และการใชท้ รพั ยากร รว่ มกบั แนวคดิ การวเิ คราะหป์ จั จยั แวดลอ้ มทง้ั ภายนอกและ
ภายในองคก์ ารหรอื SWOT ซงึ่ ผลทไี่ ดร้ บั จากการเปน็ ผนู้ ำ� เชงิ กลยทุ ธ์ คอื การชนะการเลอื กตง้ั (Hill & Jones,
2007, p. 4)
3.1 แนวคดิ ตวั แบบการประชาสมั พนั ธร์ ะบบเปดิ ของคทั ลปิ และคณะ กลยทุ ธก์ ารประชาสมั พนั ธ์
ทางการเมืองเป็นแนวคิดเชิงรุกเพื่อให้องค์การสามารถปรับเปล่ียนตนเพ่ือตอบสนองต่อพลวัตของ
สภาพแวดล้อม ด้วยการพิจารณาปรับใช้แนวคิดตัวแบบระบบเปิดของเจมส์ กรูนิก (James Grunig)
สภาพแวดลอ้ มเฉพาะขององคก์ ารตวั แบบระบบเปดิ คอื บรรดาผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ (constituencies) ทสี่ ามารถ

