Page 59 - กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์
P. 59
กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ทางการเมือง 15-49
1.2 การรณรงคม์ งุ่ เปา้ ไปยงั ผรู้ บั สารกลมุ่ ใหญแ่ มว้ า่ กลยทุ ธก์ ารณรงคจ์ ะมพี น้ื ฐานจากการใช้
ทฤษฎกี ารสอื่ สารเพอ่ื โนม้ นา้ วใจซง่ึ เปน็ การสอื่ สารระหวา่ งบคุ คลกต็ าม แตส่ ว่ นใหญแ่ ลว้ การรณรงคม์ งุ่ เปา้
ไปยังกลุ่มที่มีขนาดใหญ่เพียงพอและคุ้มค่าต่อการจัดกิจกรรม อย่างไรก็ตามขนาดของกลุ่มเป้าหมายอาจ
เปน็ หลักรอ้ ยคนไปจนถงึ ประชากรทง้ั ประเทศก็ได้ ท้ังนขี้ ้ึนอยูก่ ับเปา้ หมายของการรณรงค์
1.3 การรณรงคต์ อ้ งกำ� หนดระยะเวลาทช่ี ดั เจน นบั ตง้ั แตก่ ารรเิ รม่ิ รณรงคก์ ารดำ� เนนิ งานจน
จบโครงการและการประเมนิ ผล
1.4 การรณรงคเ์ กยี่ วขอ้ งกบั ชดุ ของกจิ กรรมการสอ่ื สารเพอ่ื เขา้ ถงึ ผรู้ บั สารผา่ นชอ่ งทางและ
สถาบันท่ีมากเพยี งพอตอ่ การบรรลุเป้าหมายของการรณรงค์
สรุปได้ว่าการรณรงค์เป็นการกระท�ำท่ีมีเป้าหมายที่ต้องการสร้างผลลัพธ์หรือผลกระทบอย่างใด
อย่างหน่ึงไปยังผู้รับสารกลุ่มเป้าหมายท่ีมีขนาดใหญ่ภายในช่วงเวลาท่ีก�ำหนดไว้ นับแต่การริเร่ิมณรงค์
จนถึงการประเมินผลโดยการใช้ชุดกิจกรรมการสื่อสารที่หลากหลายโดยการใช้ชุดกิจกรรมการสื่อสารท่ี
หลากหลาย ที่ออกแบบและเตรียมการณ์ไว้ล่วงหน้า ซ่ึงผลลัพธ์จากการรณรงค์มีหลายระดับต้ังแต่ระดับ
บคุ คลจนถงึ ระดบั สงั คม โดยประโยชนท์ ีเ่ กดิ ข้นึ อาจตกแกผ่ รู้ บั สารหรอื ผู้ส่งสารก็ได้
2. แนวคิดขั้นตอนการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของเทรนท์และฟรีเดนเบิร์ก จูดิธ เทรนท์และ
โรเบริ ต์ ฟรเี ดนเบิร์ก (Judith Trent and Robert Friedenberg, 2000 อ้างถงึ ใน สรุ พงษ์ โสธนะเสถยี ร,
2545, น. 63-66) กล่าวถึงข้ันตอนการรณรงค์หาเสียงเลือกต้ังที่เขาใช้ค�ำว่าการหาเสียงตลอดจน
กระบวนการส่อื สารเพ่ือการโฆษณาหาเสยี ง ดงั รายละเอยี ดต่อไปน้ี
2.1 ขน้ั ตอนการหาลทู่ างของผสู้ มคั รรบั เลอื กตงั้ เปน็ ขน้ั ตอนสำ� รวจขนั้ ตน้ เพอื่ กำ� หนดความ
คิดรวบยอดของกิจกรรมการสื่อสารเพ่ือการเลือกต้ังเพ่ือใช้เป็นเทคนิคเฉพาะในการรณรงค์หาเสียงที่
พรรคการเมอื ง/ผสู้ มคั รรบั เลอื กตง้ั คาดวา่ จะดำ� เนนิ ตอ่ ไปในอนาคตอนั ใกลเ้ มอื่ ประกาศวนั เลอื กตง้ั ขน้ั ตอน
นจี้ ะเปน็ ตวั ชค้ี วามสามารถของผสู้ มคั รในการดำ� รงตำ� แหนง่ ทางการเมอื ง และชยั ชนะของผสู้ มคั รทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
กับคุณลกั ษณะดา้ นความนา่ เชอ่ื ถอื ไว้วางใจ พดู จาชัดเจนการปรบั ตวั ใหอ้ ยู่ในสมดลุ ความเป็นผนู้ �ำ ฯลฯ
2.2 ข้ันตอนการให้ประชาคมยอมรับ พรรคการเมืองที่ผู้สมัครรับเลือกต้ังสังกัด คือ
ประชาคมแรกเริ่มที่สุดท่ีผู้สมัครรับเลือกต้ังต้องค�ำนึงถึง เนื่องจากพรรคต้องแสดงความชัดเจนและเป็น
หนง่ึ เดยี วตอ่ การใหค้ วามสนบั สนนุ ตวั ผสู้ มคั รรบั เลอื กตง้ั กอ่ นทจี่ ะทำ� ใหป้ ระชาคมอน่ื ยอมรบั ในลำ� ดบั ถดั ไป
2.3 ข้ันตอนการเป็นหัวหอกของพรรคการเมือง/ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ในการลงสมัครรับ
เลือกต้ังนั้น ผู้สมัครรับเลือกต้ังต้องผ่านความเห็นชอบจากมติของที่ประชุมพรรคเสียก่อน ด้วยเหตุน้ีจึง
ทำ� ใหป้ ระชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั มสี ทิ ธเิ ลอื กผแู้ ทนของตนเองอยา่ งจ�ำกดั เนอื่ งจากเปน็ เพยี งการเลอื กตง้ั ผทู้ ี่
พรรคการเมืองน้ันๆ ได้คัดเลือกไว้แล้ว ซ่ึงเป็นการจัดสรรต�ำแหน่งภายในพรรคที่ไม่ได้ฟังเสียงของ
ประชาชนโดยตรง
2.4 ขั้นตอนการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ช่วงเวลาของการเลือกต้ังทั่วไปเป็นห้วงของการ
ด�ำเนินกิจกรรมของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการปราศรัยหาเสียง การจัดขบวนหาเสียง
การอภปิ ราย การตดิ สตกิ๊ เกอร์ การจดั ทำ� ปา้ ยหาเสยี ง การหยงั่ คะแนนเสยี ง และการหาเสยี งผา่ นสอื่ มวลชน
ซงึ่ เปน็ การหาเสยี งทอ่ี าจพบตวั ผสู้ มคั รรบั เลอื กตงั้ โดยตรงหรอื ไมก่ ไ็ ด้ แตท่ ง้ั หมดกเ็ ปน็ การเนน้ ภาพลกั ษณ์

